เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 13 กันยายน พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.1 ในฐานะ รรท.ผกก.สน.ห้วยขวาง พร้อมด้วย พ.ต.ต.พิษณุ เกิดทอง สวป.สน.ห้วยขวาง และกำลังเจ้าหน้าที่ตำตรวจ สน.ห้วยขวาง ร่วมกันจับกุมตัว นายกษมา โตทรัพย์ อายุ 24 ปี พร้อมด้วย นายวัฒนา ฤทธิเดช อายุ 25 ปี น.ส.เพ็ญสินี พันวา อายุ 20 ปี และ นายเฉลิมศักดิ์ สุขเอี่ยม อายุ 25 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ 174 กรัม อาวุธปืน 5 กระบอก มีทั้งปืนแบบเอ็ม3 (M3) เรมิงตัน ไทยประดิษฐ์และเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก
พ.ต.อ.นครินทร์ เปิดเผยว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนรับแจ้งว่า มีการส่งยาเสพติดที่ธันวาเพลสรัชดา ซอยนาทอง 7 แขวงและเขตดินแดง กทม. โดยโทรศัพท์นัดส่งยา และเมื่อมารับยาก็จะโยนลงมาจากระเบียงห้อง เจ้าหน้าที่จึงซุ่มโป่งพบ นายกษมา ขี่รถจักรยานยนต์มาจึงขอค้น เบื้องต้นไม่พบยา แต่นายกษมา รับว่าเสพยาไอซ์มา เจ้าหน้าที่จึงขอค้นห้องพักนายกษมาภายในธันวาเพลสรัชดา ห้อง 305 พบ นายวัฒนา อยู่ในห้องพักพร้อมยาไอซ์ 100 กรัม และอาวุธปืนของกลางทั้งหมด จึงยึดไว้ทันที จากนั้นพบว่านายกษมาได้เปิดห้องพักเพื่อพักยาที่ห้อง 6610 ชั้น 6 อาคารวิศว์วิบูลย์ อพาร์ทเมนท์ ซอยชานเมือง 6 แขวงและเขตดินแดง กทม. จึงนำกำลังไปค้นพบตัว น.ส.เพ็ญสิน และ นายเฉลิมศักดิ์ อยู่ภายในห้อง พร้อมยาไอซ์อีก 74 กรัม จึงยึดไว้และควบคุมตัวมาสอบสวนทันที
จากการสอบสวน นายกษมา ให้การว่า สั่งยามาจาก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยจะโทรศัพท์คุยกัน ก่อนโอนเงินและนัดไปรับยาตามจุดต่างๆ โดยไม่เคยเห็นหน้า ส่วนอาวุธปืนนั้นสั่งซื้อจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งนายกษมานั้นกำลังเรียนคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เหลืออีก 6 หน่วยกิตก็จะจบแล้ว
ต่อมาเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. ในฐานะ รรท.ผบก.น.1 พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รองผบก.น.1 ในฐานะ รรท.ผกก.สน.ห้วยขวาง ได้ร่วมกันแถลงผลจับกุมดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา "ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย และ ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย" ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังจากนี้จะทำการขยายผลเข้าจับกุมผู้ร่วมกระทำความผิดต่อไป