"กทม.-สจล." ล่องเรือตรวจแลนด์มาร์คเจ้าพระยา เริ่มสร้างเฟสแรกต้นปี 60

"กทม.-สจล." ล่องเรือตรวจแลนด์มาร์คเจ้าพระยา เริ่มสร้างเฟสแรกต้นปี 60 คาดแล้วเสร็จกลางปี61 ยันไม่ขวางทางน้ำไหลโวเป็นโครงการระดับโลก
ข่าว
เมื่อวันที่ 12 ก.ย.59 นพ.พีระพงษ์ สายเชื้อ ปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และรศ.ดร.สกุล ห่อวโนทัย ผู้จัดการโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมคณะเดินทางมายังท่าเรือหองประชุมกองทัพเรือ เพื่อลงเรือแม่น้ำเจ้าพระยาในการตรวจพื้นที่โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาพร้อมร่วมเสวนา "เจ้าพระยาเพื่อทุกคน...อนุรักษ์สืบสานสร้างสรรค์" ซึ่งกระทรวงมหาดไทยและกทม. ได้มอบหมายให้สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.) ดำเนินการสำรวจออกแบบและจัดทำแผนแม่บทระยะทาง 57 กม.จากสะพานพระราม7 ถึงบางนาภายใต้แนวคิดนาคนามสะท้อนความเป็นเมืองแห่งน้ำความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ในแนวทางอนุรักษ์สืบสานสร้างสรรค์ ขณะที่ระยะนำร่อง 14 กม. จะเป็นแนวคิดรูปแบบการพัฒนาพื้นที่ภูมิทัศน์วัฒนธรรมและการเชื่อมต่อให้เข้าถึงด้วยทางเดินตลอดสองฝั่งแม่น้ำ ซึ่งได้สรุปแผนแม่บทระยะนำร่อง 14 กิโลเมตรจากสะพานพระราม7ถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า
นพ.พีระพงษ์กล่าวว่า เจ้าพระยาเป็นแม่น้ำสายหลักของประเทศจากอดีตสู่ปัจจุบัน ช่วงที่ไหลผ่านกรุงเทพฯ มีระยะทางรวม 57 กม. เป็นเส้นทางคมนาคมจากภาคเหนือเชื่อมต่อจากนนทบุรี สู่สมุทรปราการเชื่อมโยงสังคมและมรดกทางวัฒนธรรมสองฝั่งแม่น้ำ มีคูคลองแยกย่อยเป็นที่ตั้งถิ่นฐานย่านชุมชนตามประวัติศาสตร์ มีวัดวังสถานที่ราชการตลาดแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมาย แต่ด้วยกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วมีปัญหาการรุกล้ำ ซึ่งสร้างผลเสียต่อคุณภาพน้ำ และมีหลายปัญหาที่ต้องร่วมกันแก้ไขทำให้การพัฒนาครั้งนี้ได้รับฟังเสียงจากทุกฝ่าย และมีการวางแผนออกแบบอย่างมีประสิทธิภาพ ตามหลักวิชาการมีความชัดเจนของการทำงาน ในการสำรวจพื้นที่เปิดฟังความคิดเห็นและความต้องการของชุมชน รวมถึงมีการออกแบบและจัดทำแผนงานที่จะทำให้การพัฒนาเกิดขึ้นเป็นจริงได้ และขอยืนยันการพัฒนาครั้งนี้เป็นการทำงานเพื่อประเทศชาติ
"แม้ว่ายังมีประชาชนบางส่วนที่รับข้อมูลไม่ถูกต้องแต่เราควรสื่อให้คนทั่วโลกเข้าใจว่า แม่น้ำเจ้าพระยาและแนวทางการพัฒนานั้นเป็นอย่างไร และจากที่ได้ไปเห็นโครงการลักษณะนี้ที่ต่างประเทศยืนยันว่า โครงการนี้เป็นโครงการระดับโลก ซึ่งเมื่อสำเร็จเป็นรูปธรรมแล้วเสียงต่างๆ ที่ค้านก็จะเปลี่ยนไป ซึ่งโครงการนี้คาดว่า จะได้เริ่มดำเนินการในช่วงไตรมาสแรกของปี2560 ซึ่งคาดว่า เฟสแรกของโครงการจะเสร็จสิ้นในช่วงปลายปี2561 และตนขอยืนยันว่า งบประมาณที่ใช้ในโครงการที่ใช้ในระยะที่1นั้นไม่ใช่ตัวเลข 14,000 ล้านบาทแต่อย่างใด" นพ.พีระพงษ์กล่าว
ด้าน ศ.ดร.สุชัชวีร์กล่าวว่า โครงการพัฒนาริมฝั่งเจ้าพระยาอยู่ภายใต้แนวคิด "เจ้าพระยาเพื่อทุกคน" เน้นการอนุรักษ์สืบสาน และสร้างสรรค์ โดยตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ 210 วัน ทีมที่ปรึกษาได้สำรวจพื้นที่ฟังความคิดเห็นของ 34 ชุมชนที่เกี่ยวข้องและทุกภาคส่วนออกแบบ และจัดทำแผนแม่บท12 แผนงานที่จะทำให้เกิดความสวยงาม เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้สะดวกขึ้น ซึ่งโครงการนี้ไม่ได้สร้างถนนให้รถยนต์วิ่ง เพราะเป็นทางเดินและทางจักรยานไม่ได้ทำกำแพงเขื่อนสูงริมเจ้าพระยาอย่างที่เคยมีภาพข่าวออกมา แต่จะพัฒนาพื้นที่สาธารณะและทางเดิน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงแม่น้ำเจ้าพระยา โดยผ่านชุมชนต่างๆและเป็นการใช้ศักยภาพการลงทุนพัฒนาของภาครัฐที่สำคัญได้วางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้การลงทุนก่อสร้างมีความคุ้มค่าทางเศษฐกิจสวยงามมีอารยสถาปัตย์ โดยสจล.และมข. ได้รับความร่วมมือจากกรมศิลปากร และคณะโบราณคดีมหาวิทยาลัยศิลปากร ในการศึกษาแง่มุมคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และมรดกทางวัฒนธรรม
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับแผนแม่บทพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาระยะนำร่อง 14 กม. จากสะพานพระราม7ถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าประกอบด้วย 12 แผนย่อย ดังนี้1.แผนจัดทำทางเดินและทางจักรยานริมแม่น้ำกว้าง 7-10 เมตร ประกอบด้วยทางเดินเท้าทางจักรยานบางแห่งมีจุดชมทัศนียภาพสะพานข้ามคลองเพื่อให้มีทางเลือกในการสัญจรที่ประหยัดพลังงานและเวลา 2.แผนงานโครงการพัฒนาพื้นที่ชุมชนตามกระบวนการมีส่วนร่วมกับชุมชนโดยฟื้นฟูและอนุรักษ์วัฒนธรรมสืบสานวิถีชีวิตของชุมชน 3.แผนงานพัฒนาจุดหมายตาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเป็นจุดหมายตาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาออกแบบ โดยใช้สถาปัตยกรรม "จอมแห" พัฒนาสถาปัตยกรรมกรุงรัตนโกสินทร์เชื่อมต่อพิพิธภัณฑ์กรุงเทพมหานครสวนเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่7 พิพิธภัณฑ์มรดกเจ้าพระยาศูนย์ศิลปะการแสดงแห่งชาติและพิพิธภัณฑ์โรงเรือพระราชพิธีให้เข้าชมได้สะดวก
รายงานข่าวระบุต่อว่า 4.แผนพัฒนาท่าเรือเป็นจุดเชื่อมต่อการสัญจรทางน้ำ 5.แผนพัฒนาเส้นทางการเข้าถึงพื้นที่ปรับปรุงตรอกซอย เพื่อเชื่อมต่อและเข้าถึงพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 6.แผนปรับปรุงภูมิทัศน์เขื่อนกันน้ำท่วมเดิมให้มีทัศนียภาพที่สวยงาม 7.แผนพัฒนาศาลาท่าน้ำเพื่อเป็นจุดพักผ่อน 8.แผนจัดทำพื้นที่บริการสาธารณะรองรับการใช้ประโยชน์สาธารณะตลอดระยะ 9.แผนพัฒนาพื้นที่ศาสนสถาน ออกแบบโดยพัฒนาภูมิทัศน์คำนึงถึงคุณค่า และเคารพต่อศาสนาสถาน 10.แผนพัฒนาพื้นที่แนวคูคลองประวัติศาสตร์สะท้อนเรื่องราวการตั้งถิ่นฐานของบางกอกในอดีตและความเปลี่ยนแปลงมาจนถึงปัจจุบัน 11.แผนพัฒนาพื้นที่นันทนาการและสวนสาธารณะริมน้ำใช้พื้นที่ว่างรองรับกิจกรรมนันทนาการลานกีฬาและสวนสาธารณะของประชาชน และ12.แผนจัดทำสะพานคนเดินข้ามโดยสร้างใหม่2จุดพร้อมปรับปรุงทางเดินเท้าและทางจักรยานบนสะพานเชื่อมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปลอดภัย
"ระยะเวลาการก่อสร้างประมาณ 1 ปี 6 เดือน ตามแผนคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ต้นปี2560 แล้วเสร็จกลางปี2561 จะใช้เทคโนโลยีในการจัดการโครงสร้าง เพื่อไม่ให้กีดขวางทางน้ำไหลหรือเป็นแหล่งเพาะพันธ์ยุงและขยะมูลฝอยทางเดินไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของเจ้าของบ้านที่ถูกกฎหมาย และให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำป้องกันการอุดตันของน้ำในช่วงที่น้ำหลากได้ส่วนคลองจะเชื่อมทางระบายน้ำ มีความสอดคล้องกันเป็นระบบจะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำขังอย่างครบวงจร" รายงานข่าวระบุ