เนชั่นทีวี

ข่าว

กระบวนยุติธรรมที่พึ่งได้ จากใจครอบครัว"ตันติเศรณี" ฎีกาประหารชีวิต"อุทิศ ชูช่วย"

07 ก.ย. 2559 |

กระบวนยุติธรรมที่พึ่งได้ จากใจครอบครัว"ตันติเศรณี" ฎีกาประหารชีวิต"อุทิศ ชูช่วย"

วันนี้ (7 ก.ย.2559) ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาในคดีฆาตกรรม นายพีระ ตันติเศรณี อดีตนายกเทศมนตรีนครสงขลา เมื่อปี 2555 โดยศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ประหารชีวิตนายอุทิศ ชูช่วย อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลากับพวกรวม 3 คน ประกอบด้วย นายอุทิศ ชูช่วย (จำเลยที่ 5) พร้อมด้วยนายไพศาล หนูพันธ์ (จำเลยที่ 1) และนายฉ้วน หมวดมี (จำเลยที่3)

ส่วนจำเลยอีก 2 คน ให้จำคุกตลอดชีวิต ประกอบด้วย นายกิตติ ชูช่วย (จำเลยที่ 4) ซึ่งเป็นน้องชายนายอุทิศ และนายสุดขีด จันทร์เสี้ยว (จำเลยที่ 7)
นางสาววลัยรัตน์ ตันติเศรณี รองนายกเทศมนตรีนครสงขลาน้องสาวนายพีระ เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" วันนี้ไม่ได้เข้าฟังในห้องบัลลังก์พร้อมกัน เนื่องจากศาลเปลี่ยนระบบใหม่จะใช้ระบบคือท่านผู้พิพากษาอ่านคำพิพากษาผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ไปยังเรือนจำเพื่อให้จำเลยฟัง ส่วนโจทย์ต้องรอนอกห้อง เพราะศาลไม่อนุญาตให้เข้าไปนั่งฟังในห้อง
พอศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จ ศาลจะออกมาให้เจ้าหน้าที่เอาคำพิพากษาที่ผู้พิพากษาอ่านมาถ่ายสำเนาให้กับครอบครัว ที่ได้ขอคัดสำเนา ทางครอบครัวจึงนำคำพิพากษามาอ่านกันเอง โดยใช้วิธีการโทรศัพท์สอบถามพรรคพวกที่เป็นทนายความว่าคำพิพากษาของศาลที่ออกมาแปลว่าอย่างไร เนื่องจากในคำพิพากษาจะเป็นภาษาทางกฎหมาย

กระบวนยุติธรรมที่พึ่งได้ จากใจครอบครัว"ตันติเศรณี" ฎีกาประหารชีวิต"อุทิศ ชูช่วย"

                      อุทิศ ชูช่วย พีระ ตันติเศรณี                                                     พีระ ตันติเศรณี
"สรุปว่าศาลฎีกายืนคำพิพากษาตามศาลอุธรณ์ และประมาณวันที่ 20 ต.ค.ทางศาลก็จะออกเป็นจดหมายให้ทางโจทย์มาฟังคำพิพากษาอีกครั้ง เหมือนกับว่าวันนี้มาขอคัดสำเนาคำพิพากษาไปอ่านก่อน และอีก 1 เดือนทางศาลก็จขะมีจดหมายแจ้งไปให้มาฟังคำพิพากษาในส่วนของโจทย์ ระบบใหม่จะเป็นแบบนี้"
นางสาววลัยรัตน์ กล่าวและว่า วันนี้ทางโจทย์ไม่ทราบเลยว่าจะมีการอ่านคำพิพากษา แต่พอดีมีพรรคพวกแจ้งว่าวันนี้จะมีการอ่านคำพิพากษาให้จำเลยฟังก็เลยมาเพื่อจะเข้าฟัง แต่ศาลไม่อนุญาตให้เข้าฟังในห้องพิจารณาที่ผู้พิพากษาอ่านคำพิพากษาพร้อมกับจำเลย เพราะเป็นระบบใหม่
"ดีใจกับคำพิพากษา เนื่องจากเป็นที่คาดหวังของครอบครัวมากเลยว่า ครอบครัวเราต้องได้รับความยุติธรรม เพราะหลังจากที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องเราค่อนข้างผิดหวังพอสมควร ทำไมคำตัดสินค่อนข้างที่จะพลิก ไม่เป็นไปตามที่เราคาดหมาย แต่พอศาลอุธรณ์ทำให้เราใจชื้นขึ้นมา อย่างน้อยๆศาลอุธรณ์ก็เอาหลักฐานต่างๆที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมี ทุกอย่างที่มีเอาประกอบ"

กระบวนยุติธรรมที่พึ่งได้ จากใจครอบครัว"ตันติเศรณี" ฎีกาประหารชีวิต"อุทิศ ชูช่วย"


ซึ่งในชั้นศาลฎีกาทางจำเลยก็พยายามที่จะหาหลักฐานมาหักล้าง แต่เราค่อนข้างมั่นใจว่าหลักฐานที่ทางเจ้าหน้าที่ทำไปในชั้นอุทธรณ์ครบหมดทุกอย่างที่ศาลอุธรณ์เอามาประกอบทำให้เราสบายใจ ก็น่าจะมีคำพิพากษายืนตามศาลอุธรณ์ แต่ก็แอบหวั่นๆอยุ่เหมืนกัน เพราะเราก็ไม่ทราบผลการตัดสินจะออกมาอย่างไร
"เมื่อคืนครอบครัวเรานอนเครียดกันทั้งคืน ทั้งแม่ ก็บอกแม่กับแม่ว่า เอาอย่างนี้นะ ไม่ว่าคำตัดสินจะเป็นจะเป็นอย่างไร เราก็ยอมรับคำตัดสินก็แล้วกัน แต่ขอให้แม่และญาติๆเชื่อมั่นว่าอย่างน้อยๆเราก็เชื่อมั่นในหลักยุติธรรมก่อน เพราะหากเราเชื่อมั่นตรงนี้จะทำให้เราสบายใจ เชื่อมั่นในหลักฐานที่เรามี เชื่อมั่นในความยุติธรรมที่ศาลมีต่อครอบครัวเราก็จบ"
แต่ถ้าเราเครียดไปมันก็มีผลดีกับเรา เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าคำตัดสินเป็นยังไง แต่วันนี้พอคำตัดสินออกมาอย่างนี้ ตามหลักฐานที่ศาลอุธรณ์มี แล้วศาลฎีกาเอาประกอบ ก็ดีใจ ก็อย่างน้อยๆคดีจะเป็นคดีตัวอย่าง ที่จะทำให้ชาวบ้านตาดำๆ สามารถรับรู้ได้ว่าความยุติธรรมในสังคม ถ้าคนเรารู้จักเรียกร้อง แล้วพร้อมที่จะต่อสู้ เพราะอย่างน้อยศาลก็เป็นที่พึ่งได้
ถ้าสมมุติว่าวันนี้คำตัดสินคดีเกิดพลิก และไม่เป็นอย่างนี้ ก็ไม่แน่ใจว่าประชาชนตาดำๆเขาจะมีมีความเชืท่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมได้แค่ไหน ฉะนั้นคดีนี้น่าจะเป็นคดีตัวอย่างอีกคดีหนึ่งในหลายๆคดีที่ผู้มีอำนาจและใช้อำนาจในทางที่ผิด แล้วศาลตัดสินว่ามันผิดนะ คุณก็ต้องรับกรรมกับสิ่งที่คุณธรรม แต่อย่างน้อยชาวบ้านก็จะได้สบาย ได้อยู่อย่างไม่ระแวง ระมัดระวัง และมีความเชื่อถือในกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น
"วันนี้เราได้ทำหน้าที่ของเราเรียบร้อยแล้ว ตามหลักฐานที่เรามี ตามหลักฐานที่ทางตำรวจทำไป ตามหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ก็ขอขบคุณสื่อมวลชนทุกสื่อ ขอบคุณชาวบ้านทุกคน ขอบคุณญาติ ขอบคุณเพื่อนพี่พีระที่คอยติดตามข่าวของคดีนี้ ต้องขอขอบคุณมากจริงๆ" รองนายกเทศมนตรีนครสงขลา กล่าว

กระบวนยุติธรรมที่พึ่งได้ จากใจครอบครัว"ตันติเศรณี" ฎีกาประหารชีวิต"อุทิศ ชูช่วย"


นายจารึก ตันติเศรณี น้องชายนายพีระ กล่าวว่า เมื่อเช้าทางครอบครัวขอยื่นขอเข้าฟังในห้องคอนเฟอร์เรนซ์ที่ศาลและขอคัดสำเนาคำตัดสิน ทางศาลก็ขอรับเรื่องก่อน แต่สรุปได้คัดสำเนาคำพิพากษา ซึ่งคำพิพากษาศาฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์
"ก็ยินดีกับคำตัดสิน คิดว่าก็ได้รับความยุติธรรม จากศาล จากกระบวนการยุติธรรม ซึ่งถือว่าพี่พีระไม่ตายฟรี คุณแม่ไม่ได้ไปที่ศาล ก็ได้ส่งข่าวให้แม่รับทราบ คุณแม่ก็บอกว่าไม่คิดว่าครอบครัวชูช่วยกับครอบครัวตันติเศรณีที่เปรียบเหมือนญาติจะมีมาถึงจุดนี้ แต่ก็เข้าใจว่าแป็นเรื่องเวรกรรม กรรมใดใครก่อก็ต้องรับกันไป"
และในความเห็นส่วนตัวในรัฐบาลชุดนี้ กระบวนการยุติธรม ค่อนข้างจะเป็นที่พึ่งได้ของประชาชน เพราะตอนรับฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ มันมีรายละเอียดของพยานหลักฐานต่างๆ ซึ่งมั่นใจว่าการศาลฎีกาจะออกในลักษณะที่เราคาดหวัง

ข่าวล่าสุด