เมื่อวานนี้เป็นครั้งแรกหลังยื้อกันมากว่า 20 ปีจนในที่สุดกรุงเทพมหานครก็เข้ารื้อชุมชนป้อมมหากาฬ ข้อถกเถียงและข้อพาทเรื่องกรรมสิทธิ ยังคงซับซ้อน โดยวันนี้ ผู้อ้างตนว่าเป็นเจ้าของบ้านในชุมชน แสดงตัวระหว่างการให้สัมภาษณ์ ของ พล.ต.อ.อัศวิน ขอให้รื้อบ้านของตนเองนางอรชร ปทุมลักษณ์ เจ้าบ้านเลขที่ 49/1 ในชุมชนป้อมมหากาฬ แสดงเอกสารสิทธิในที่ดิน ระหว่างที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กำลังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนจำนวนมาก นางอรชรบอกว่า ตนได้เข้ามาอยู่อาศัยในชุมชนป้อมมหากาฬมาตั้งแต่ปี 2519 โดยซื้อบ้านที่เปลี่ยนมือกันมาหลายคน ในเวลานั้น ซื้อขายกัน เพียง 7,000 บาท และได้จ้างคนมาเลี้ยงลูก ต่อมาเมื่อบ้านทรุดโทรม จึงย้ายออก คนที่ตนจ้างมาเลี้ยงลูก จึงอาศัยอยู่ต่อทีมข่าวตามหาชาวชุมชมป้อมมหากาฬที่อาศัยอยู่ในบ้านของนางอรชร ก็ได้พบกับ นายสง่า มาดขาว เขาบอกว่าว่านางอรชรจ้างในตนและภรรยาเลี้ยงลูกชายจริง และได้อาศัยอยู่ต่อมา โดยตนไม่มีที่ดิน และที่อยู่อาศัย ได้อาศัยชายคาบ้านหลังนี้มากว่า 20 ปี วันนี้ภายในบ้านเหลือแต่เพียงความว่าเปล่า จากที่เร่งเก็บของมาทั้งคืน ด้วยความหวาดกลัวนี่คือบรรยากาศเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 21 เข้ารื้อย้ายซากบ้านเรือน ที่คืนกรรมสิทธิแล้วอีก 4 หลัง ท่ามกลางบรรยากาศที่ตรึงเคร่งภายในชุมชน วันนี้ รองผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ว่า ยืนยันว่าในระยะแรกจะรื้อจำนวน 12 หลังคาเรือน คาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกิน 2 วัน และจะเดินหน้ารื้อต่อ แม้ว่าเมื่อวานนี้ กรุงเทพจะสัญญากับชุมชนว่า จะรื้อเพียง12 เท่านั้นล่าสุดประธานชุมชุมป้อมมหากาฬ แถลงว่าจะยกระดับความเคลื่อนไหว ไปสู่ภายนอกชุมชนให้กว้างขวางมากขึ้น ให้ไปถึงในระดับ รัฐบาล และจะไม่ร่วมเจรจากับกรุงเทพมหานคร อีกแล้ว