ร่วมทำโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ รวมทั้งกรณีการผลิตสารคดีเฉลิมพระเกียรติ เพื่อออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง โดยมีพฤติการณ์แอบอ้างเบื้องสูง โดยนำเอกสารและภาพถ่ายที่เกี่ยวข้อง มามอบให้กับพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินคดี
นางรัศมีจันทร์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้รู้จักกับนางกมนทรรศน์ ผ่านทางบุคคลสำคัญคนหนึ่ง แล้วมีการแลกแอพลิเคชั่นไลน์กันไว้ โดยแอบอ้างว่าเป็นผู้ที่ได้รับรางวัลคนดีศรีแผ่นดิน ต่อมาเมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็ได้พบกับนางกมนทรรศน์ ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในระหว่างที่เดินทางไปลงนามถวายพระพร ซึ่งนางกมนทรรศน์ ได้ส่งรูปภาพที่เคยถ่ายคู่กับบุคคลสำคัญระดับสูง ส่งมาให้ตนดูเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนจะมีการพูดคุยกันเกี่ยวกับการขอร่วมเป็นตัวแสดงในสารคดีเฉลิมพระเกียรติฯ กระทั่งเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันเปิดรับสมัครนักแสดง นางกมนทรรศน์ ก็ร่วมเดินทางมาพร้อมคณะ ประมาณ 10 คน โดยใช้รถยนต์หรู ทะเบียนเลขตัวเดียว ทำให้ตนเชื่อถือ และด้วยบุคลิกท่าทาง คำพูดคำจาของนางกมนทรรศน์ ก็ยิ่งทำให้ตนรู้สึกเกรงใจ
นางรัศมีจันทร์ กล่าวต่อว่า ด้วยประวัติหรือโปรไฟล์ของนางกมนทรรศน์ ที่ตนได้รับมาก่อนหน้านี้ก็ยิ่งทำให้ตนเชื่อโดยสนิทใจว่าเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับบุคคลชั้นสูง ไม่คาดคิดว่าเขาจะมาหลอกลวง อย่างไรก็ดี ในวันเดียวกันนี้ นอกจากตนจะแจ้งความดำเนินคดีกับนางกมนทรรศน์ แล้ว ก็จะให้ข้อมูลต่างๆ ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ หจก.ภักดีชนก เพื่อยืนยันว่าทาง หจก.ภักดีชนก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของนางกมนทรรศน์ แต่อย่างใด ทั้งนี้ สาเหตุที่ไม่ได้เดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวนพร้อมกับทาง พล.ต.ต่อคุณ ภักดีชนก ก่อนหน้านี้ เป็นเพราะตนป่วยเป็นโรคไส้ติ่งอักเสบ ต้องเข้าพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล และเมื่อออกจากโรงพยาบาล มาพักฟื้นที่บ้าน และพร้อมจะเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว จึงได้ประสานไปยัง พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รอง ผบช.ก.เพื่อเดินทางมาแจ้งความที่ บก.ป.ในวันนี้
รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้ชุดสืบสวน บก.ป.อยู่ระหว่างตรวจสอบผู้ร่วมขบวนการกับนางกมนทรรศน์ หรือ กิมเอ็ง โดยพบหลักฐานความเชื่อมโยงของผู้ร่วมกระทำความผิด ซึ่งนำไปสู่การขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายถาวร พวงประทุม อายุ 66 ปี และ นายสมศักดิ์ สิริยาคม โดยชุดสืบสวน บก.ปคม.สามารถจับกุม นายถาวร ไว้ได้แล้ว ส่วนนายสมศักดิ์ อยู่ระหว่างติดตามตัว เชื่อว่าน่าจะหลบหนีไปกบดานอยู่ในต่างจังหวัด
อย่างไรก็ตาม ทาง พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.และ พล.ต.ต.สมหมาย สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว เนื่องจากเชื่อว่านายสมศักดิ์ คือบุคคลสำคัญที่เชื่อมโยงไปถึงผู้ร่วมขบวนการที่เหลือทั้งหมด และน่าจะมีส่วนรู้เห็นกับขบวนการนี้ หลังจากนางกมนทรรศน์ และนายถาวร ให้การซัดทอดว่า นายสมศักดิ์ เป็นผู้หลอกลวงให้กระทำการทั้งหมด
ทั้งนี้ นางกมนทรรศน์ ให้การยอมรับผิดในสิ่งที่ได้กระทำลงไปทั้งหมด โดยรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา แต่เป็นเพราะตนไม่มีความรู้อะไร อ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือก็ไม่ได้ ไม่รู้จะไปทำมาหากินอาชีพอะไร และเห็นว่าการกระทำดังกล่าวได้เงินมาง่าย แต่ยากที่บุคคลทั่วไปจะตรวจสอบได้ สำหรับกรณีที่เคยอ้างว่าเป็น ดร.จบจากมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกา ก็เป็นเพียงการสร้างความน่าเชื่อถือเพิ่มเติมต่อผู้เสียหายที่ตนไปหลอกลวงเท่านั้น
มีรายงานข่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ชุดสืบสวนมีหลักฐานสำคัญ เป็นภาพถ่ายในงานวันเกิดของนางกมนทรรศน์ หรือกิมเอ็ง โดยแนวทางการสืบสวนพบว่า มีการจัดงานดังกล่าวตั้งแต่ปี 2552 ต่อเนื่องจนถึงปี 2554 ซึ่งมีบุคคลจากแวดวงต่างๆ มาร่วมงานวันเกิดที่จัดขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยชุดสืบสวนพบเส้นทางความเชื่อมโยงระหว่างนางกมนทรรศน์ กับนายสมศักดิ์ ว่า ภายหลังนายสมศักดิ์ ถูกให้ออกจากราชการเพราะเคยถูกตรวจสอบเกี่ยวกับการกระทำผิดวินัย เมื่อปี 2550 จึงไปรู้จักกับนางกมนทรรศน์ และร่วมวางแผนในการกระทำความผิดร่วมกัน โดยมีนายถาวร ร่วมมือด้วย เนื่องจากเป็นเพื่อนเจ้าหน้าที่ของสมศักดิ์ มาก่อน
สำหรับพฤติการณ์กระทำความผิด ก็จะมีการแบ่งหน้าที่กัน โดยในส่วนของนางกมนทรรศน์ จะสวมบทบาทเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคม ส่วนนายสมศักดิ์ และนายถาวร จะแกล้งแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่จากวัง นำดอกไม้พระราชทานมาถึงนางกมนทรรศน์ เนื่องในวันเกิด เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งมีการกระทำเช่นนี้หลายครั้งในการหลอกลวงผู้เสียหายที่ผ่านมา นอกจากนี้ชุดสืบสวนยังอยู่ระหว่างตรวจสอบผู้ที่มาร่วมงานวันเกิดของนางกมนทรรศน์ โดยเบื้องต้นพบว่ามีบุคคลอีกอย่างน้อย 2-3 คน ซึ่งคอยทำหน้าที่เป็นพิธีกรในงาน รวมทั้งเป็นคนสนิทและผู้ติดตามนางกมนทรรศน์ ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเชิญตัวมาสอบปากคำว่า มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดหรือไม่อย่างไรต่อไป