เตือน ระวังผัวเมียสุดแสบ ใช้บัตร ขรก.เช่าแล้วหนี
24 ส.ค. 2559 | krissana

เมื่อวันที่ 23 ส.ค. พ.ต.ท.ปราโมทย์ ชื่นตา รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานี กล่าวถึงการดำเนินคดีกับ ร.ต.ท.หญิงวัลยา จันทร อายุ 31 ปี อดีตรองสารวัตรธุรการสถานีตำรวจโพธิ์ทอง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด และ ส.ท.พัฒนพงษ์ ฟองมนต์ อายุ 32 ปี ทหารสังกัดกองร้อยสนับสนุนการรบ กองพันทหารราบที่3กรมทหารราบที่16จ.ยโสธร ที่ได้ก่อเหตุร่วมกันลักทรัพย์รถยนต์ในเวลากลางคืน โดยศาลจังหวัดอุบลราชธานี ได้ออกหมายจับตัวเลขที่ 201 และ 202/2559 ลงวันที่ 18 ส.ค.และมีการแชร์ภาพของผู้ต้องหาและหมายจับของศาลในสังคมออนไลน์ เพื่อเตือนให้ระวังจะถูกหลอกขอเช่ารถยนต์แล้วเชิดรถหนี เหมือนผู้เสียหายที่จังหวัดอุบลราชธานี โดนไปหลายราย เพราะเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงไว้ใจให้เช่ารถไป และได้ประกาศให้รางวัลนำจับสองผัวเมียเป็นเงิน 100,000 บาทสำหรับพฤติกรรมของทั้งคู่ ได้ติดต่อขอเช่ารถผ่านระบบอินเตอร์เนตกับผู้ให้เช่าที่ขึ้นประกาศไว้ทั้ง2ราย และมารับรถวันที่ 8 ส.ค. โดยขอเช่ารถมีระยะเวลานาน 5 วันๆละ 1,300 บาท โดยได้วางเงินมัดจำค่าเช่าไว้คันละ 5,000 บาท แต่เมื่อครบกำหนดส่งรถคืนกลับไม่นำมาให้ เมื่อเจ้าของติดต่อทางโทรศัพท์ก็ไม่สามารถติดต่อกับสองสามีภรรยาได้ รวมทั้งยังพบว่า มีการตัดระบบจีพีเอสที่บอกตำแหน่งรถครั้งสุดท้ายบริเวณ อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด นายธีระผู้เสียหายได้ติดตามไปเจอรถจอดทิ้งไว้กลางทุ่งนา จึงนำรถกลับมา ส่วนรายนายวุฒิชัย ยังตามหารถไม่เจอ จึงเข้าแจ้งความกับพนักสอบสวนให้รวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ และให้ชุดสืบสวนติดตามจับกุมเมื่อประสานไปยังที่ทำงานของคนทั้งสองทราบว่า ต้นสังกัดมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัยมาก่อนหน้านี้ และทั้งคู่ได้ขาดงานเป็นเวลานาน หน่วยงานอยู่ระหว่างเสนอให้ไล่ออกจากราชการ จึงขอประชาชนอย่าหลงเชื่อ หากทั้งสองไปขอเช่ารถสามารถแจ้งตำรวจเข้าจับกุมได้ทันที เพราะศาลได้ออกหมายจับตัวแล้วสำหรับการนำรถไปก็เชื่อว่า มีเจตนาเอาไปจำนำหรือขายในตลาดมืด เพราะทราบว่า ทั้งคู่มีปัญหาทางการเงิน ซึ่งอาจมาจากฝ่ายชายติดการพนัน และการเช่าได้ใช้บัตรประจำตัวข้าราชการก็เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยมีการทำเป็นลักษณะนี้ กับผู้เสียหายในจังหวัดขอนแก่นและอุบลราชธานี จำนวน 5 ราย เจ้าของสามารถติดตามนำรถกลับคืนมาได้แล้ว 3 คัน ยังเหลืออีก 2 คัน อยู่ระหว่างการติดตาม

