พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีผู้เผยแพร่ภาพข้อมูลผ่านเฟชบุ๊กในเพจ sportlight Phuket ระบุว่า มีบุคคลอ้างตัวเป็นตำรวจ กก.2 บก.ป. มีพฤติกรรมเก็บส่วยและพกพาอาวุธปืนในจังหวัดภูเก็ต สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ หลังทราบเรื่องตำรวจ กก.2 บก.ป.จึงประสานข้อมูลร่วมกับ กก.5 บก.ทท.(ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต) จากการสืบสวนและตรวจสอบพบว่า บุคคลดังกล่าวคือ นายฉัตริน และไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด จึงได้นำกำลังเข้าจับกุมที่บ้านดังกล่าว พร้อมตรวจค้นบ้านพักเพื่อยึดของกลางทั้งหมด ก่อนนำตัวมาทำการสอบสวนสอบสวน
นายฉัตริน ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการวางระบบคอมพิวเตอร์ให้หน่วยงานราชการ และบริษัทต่างๆในจังหวัดขอนแก่น ก่อนที่จะเข้ามาช่วยทำงานด้านคอมพิวเตอร์ให้กับตำรวจ ทั้งนี้มีความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นตำรวจ แต่เกิดประสบอุบัติเหตุเมื่อ 3 ปีก่อน ส่งผลให้ขาผิดรูป ไม่สามารถสอบเข้ารับราชการตำรวจได้ จึงสั่งตัดชุดและทำบัตรปลอมขึ้นมา โดยยอมรับว่าเคยแอบอ้างทานอาหารฟรี แต่ไม่เคยเรียกรับเงิน ส่วนอาวุธปืนที่พบนั้นได้ซื้อมาจากคนรู้จัก
ด้าน พ.ต.อ.อรุณ กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายหลายรายเข้าให้การกับทางตำรวจถึงพฤติกรรมของนายฉัตริน ว่า มักจะแอบอ้างว่าเป็นตำรวจกองปราบปราม จะเข้าไปทำทีทานอาหารฟรี และยังมีพฤติกรรมเรียกเก็บค่าคุ้มครอง ซึ่งหากผู้ประกอบการรายใดมีปัญหาหรือไม่ยอมทำตาม ก็จะข่มขู่สั่งให้ปิดร้าน ส่งผลให้ได้รับความเสียหาย โดยก่อนหน้านี้มีพฤติกรรมลักษณะเดียวกันที่จังหวัดขอนแก่นมาก่อน แต่เมื่อถูกจับได้ จึงย้ายมาที่จังหวัดภูเก็ต ประมาณ 9 เดือน
ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติพบว่าเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาแข่งรถในทางสาธารณะ เมื่อปี 2553 อย่างไรก็ตามหากผู้ประกอบการหรือประชาชนคนใดที่เคยถูกนายฉัตรินแอบอ้าง สามารถมาร้องทุกข์กับทางตำรวจกองปราบปรามหรือท้องที่เกิดเหตุได้
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯและมีวิทยุคมนาคมไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งหลังจากนี้ทางตำรวจกก.2บก.ป.จะร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อแจ้งข้อหาแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานเพิ่มเติม ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนกก.5บก.ป.ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป