เจ้าหน้าที่ยังคงขนย้ายสิ่งของออกจากรีสอร์ท บนภูทับเบิกอย่างต่อเนื่อง ก่อนใช้รถแม็คโฮรื้อถอน และปรับหน้าดิน คืนสภาพเดิม ซึ่ง ยังไม่กำหนดกรอบเวลา ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่แต่จะรื้อไปต่อไป เรื่อย ๆมยนครบทั้ง 19 แห่ง
เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เข้าทำการตัดไฟฟ้า ภายในโรงเตี๊ยม รีสอรืท ก่อน เจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร ทหาร ตำรวจ และ ป่าไม้ จ.เพชรบูรณ์ กว่า 500 นาย เข้าดำเนินการ ขนย้าย และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่รีสอร์ท ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาเป็น ระยะ
ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ บอกว่า เป็นการรื้อถอนรีสอร์ททั้งหมดเป้าหมายแรก เป็นรีสอร์ทที่ถูกดำเนินคดีและศาลมีคำพิพากษาแล้วตั้งแต่ปี 2554-2556 จำนวน 13 แห่ง ขณะที่ผู้ประกอบการรีสอร์ต อ้างคำสั่งคสช.เลือกปฏิบัติ ด้วยเหตุผลให้ออกจากพื่นที่เพราะเป็นต้นน้ำ A ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ ก็ไม่มีใครอยู่บนภูทับเบิกได้ ร่วมทั้งชาวเขา
ผู้ประกอบการรายนี้ยังขอให้เจ้าหน้าที่กรมป่าเซ็นหนังสือเพื่อรับผิดชอบหากเกิดความเสียหาย แต่เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ยืนยันปฏิบัติตามกฏหมาย ทั้งนี้ได้ติดประกาศตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาครบกำหนดเวลา
ด้านนายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ บอกว่า ทุกหน่วยงานกำลังเร่งตรวจสอบรายละเอียดของรีสอร์ทบนพื้นที่ภูทับเบิก 111 แห่ง เพื่อระบุชื่อเจ้าของที่ครอบครองรีสอร์ทมีรายใดบ้างกระทำผิดกฎหมาย โดยจะแล้วเสร็จในวันที่ 15 กันยายน นี้ จากนั้นจะเข้าดำเนินคดีและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออก แล้วเดินหน้าแผนแม่บทการจัดระเบียบภูทับเบิก
ส่วน นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ บอกถึงความคืบหน้า ร่าง แผนแม่บทการจัดระเบียบภูทับเบิก ซึ่งจะเสนอ ครม ในเดือน กันยายน ว่า ยังคงพื้นที่ 47,000 ไร่ 60% เป็นพื้นที่ป่า 30% เป็นพื้นที่เกษตรอินทรีย์ 10% เป็นที่อยู่อาศัย และจุดผ่อนปรนกางเต้น จะไม่มีรีสอร์ทหรูหา อีกต่อไป เป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ