เนชั่นทีวี

ข่าว

"PRIMETIME กับ เทพชัย" : ถอดรหัส! "นายกฯ" นอกบัญชีสภา

18 ส.ค. 2559 |

"PRIMETIME กับ เทพชัย" : ถอดรหัส! "นายกฯ" นอกบัญชีสภา

คงไม่มีคำถามว่า "ถ้าหาคนดีไม่ได้แล้วค่อยมาคุยกับผม" ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดกับสื่อมวลชนเมื่อวานนี้หมายความว่าอย่างไร แต่คงจะมีคำถามว่า มีกระบวนการอะไรบ้างก่อนที่จะไปคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ หลังจากหาคนดีไม่ได้แล้ว


"PRIMETIME กับ เทพชัย" : ถอดรหัส! "นายกฯ" นอกบัญชีสภา


หลังจากร่างรัฐธรรมนูญ และคำถามพ่วงผ่านการลงประชามมติไปเรีนบร้อยแล้ว กระบวนการนับจากนี้จึงเหลือแค่การเพิ่มเติมเนื้อหาของคำถามพ่วงเข้าไปในร่างรัฐธรรมนูญและเนื้อหาที่เพิ่มนั้น ก็ทำให้ถูกมองว่า เป็นหนทางที่จะได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้เป็นสมาชิกรัฐสภา

มาตรา 88 ของร่างที่รัฐธรรมนูญ ให้พรรคการเมืองส่งชื่อว่าที่ นายกรัฐมนตรีไม่เกิน 3 รายชื่อ ให้ กกต.ก่อนปิดการรับสมัครรับเลือกตั้ง แล้วให้ กกต.ประกาศให้ประชาชนทราบ

ภายหลังการเลือกตั้งเมื่อถึงเวลาที่จะเลือกผู้ที่เหมาะสมที่จะขึ้นรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี บรรดาพรรคการเมืองทั้งหลายที่เสนอรายชื่อว่าที่นายกรัฐมนตรีเอาไว้ ก็จะส่งชื่อคนของตนเองต่อที่ประชุมรัฐสภาเพื่อให้โหวตเสียง โดยผู้ที่ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา อันประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎร 500 เสียงรวมวุฒิสภาอีก 250 เสียง ก็จะได้เป็นนายกรัฐฒนตรี

แต่ไม่มีใครได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 เขาให้ สมาชิกรัฐสภาไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง เข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภา ขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้

ประธานรัฐสภาก็จะจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา แต่เนื้อหาตรงนี้ จะต้องไปดูว่า กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะเขียนเพิ่มเติมว่าอย่างไร แต่เนื้อหาสำคัญก็คือ ให้วุฒิสภา 250 คน ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้จำกัดการได้มาซึ่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น ไม่ได้ทำให้พรรคขนาดใหญ่ได้เปรียบ หรือได้จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อมากกว่าที่ควรจะได้ เพราะจะนับเอาตามคะแนนเสียงจริงที่ประชาชนเลือกแล้วนำมาคำนวณหาสัดส่วนส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งแตกต่างจากรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้านี้ ที่ตัดคะแนนของพรรคที่ได้เสียงไม่ถึง 5 เปอร์เซ็น แล้วเอาสัดส่วนตรงนั้นไปให้แก่พรรคขนาดใหญ่

เมื่อกติกาเปลี่ยนมาเป็นแบบนี้ ก็เป็นไปได้ว่า ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ จะได้เสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา หรือจำนวน 375 เสียงจำนวนของวุฒิสภาที่มาจากการเลือกของ คสช.ก็จะกลายเป็นเสียงข้างมากในรัฐสภา และหากมีพรรคการเมืองขนาดกลางเทเสียงไปรวม

เหมือนอย่างที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ที่ประกาศตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป เตรียมเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะทำให้ โอกาสที่จะมีคนไปขอพูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ ภายหลังที่ประชุมรัฐสภา ไม่สามารถหาผู้ที่ได้รับเสียงโหวตมากกว่ากึ่งหนึ่งของรัฐสภา เพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ก็มีความเป็นไปได้สูง

ข่าวล่าสุด