กทม.ลุยปิดประกาศ รื้อชุมชน "ป้อมพระกาฬ" เปิดทางสร้างสวนสาธารณะ

กทม.ลุยปิดประกาศรื้อชุมชน"ป้อมพระกาฬ"เปิดทางสร้างสวนสาธารณะ ร่อนจม.วอนเจ้าของบ้าน 44 หลังเร่งย้ายชาวบ้าน ลั่น อยู่ถูกกม.-ยอมแลกชีวิต
ข่าว
เมื่อวันที่15ส.ค.เวลา10.00น.ที่บริเวณลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ นายศักดิ์ชัย บุญมา ผู้อำนวยการกองจัดกรรมสิทธิ์สำนักการโยธา นำเจ้าหน้าที่สำนักการโยธา สำนักงานเขตพระนครและเจ้าหน้าที่เทศกิจลงพื้นที่นำป้ายประกาศขนาดใหญ่ติดบริเวณรอบป้อมมหากาฬ5จุดเพื่อชี้แจงขอความร่วมมือในการรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ก่อนวันที่3ก.ย.นี้ตามคำสั่งศาลโดยมีชาวบ้านบ้างส่วนมาสังเกตการณ์และมีพ.ต.อ.ต่อเกียรติ พรมหมบุตร ผกก.สน.สำราญราษฎร์ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร
นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า เป้าหมายของวันนี้คือการติดประกาศด้านนอกเท่านั้นเนื่องจากชุมชนรับทราบนโนยบายแล้ว จากนั้นจะทำหนังสือส่งถึงประชาชนที่ยังอยู่ในชุมชนโดยยืนยันว่ากทม.จะรื้อเพียง12หลังแรกที่ยินยอมให้รื้อถอนในวันที่3ก.ย.นี้ ส่วนกรณีมติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนระบุถึงทางออกที่สามารถแก้กฎหมายนั้นคงดำเนินต่อไปแต่การรื้อถอนกทม.ก็ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ ทั้งนี้กระบวนการสร้างความเข้าใจมีมาตลอดขณะที่ชุมชนก็ได้หารือกับผู้บริหารอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามตั้งเป้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้ง56หลังให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้
นายศักดิ์ชัย กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้จะนำหนังสือที่กท0908/1733ลงวันที่15ส.ค.ที่ผ่านมา ส่งเป็นจดหมายถึงเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารเรื่องขอความร่วมมือในการรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่เวนคืนบริเวณป้อมมหากาฬเนื่องจากกทม.มีความจำเป็นต้องเข้าใช้พื้นที่บริเวณป้อมมหากาฬเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกฎหมายที่สั่งการและตามนโยบายของรัฐบาลในการปรับปรุงพื้นที่เพื่อจัดสวนสาธารณะเพื่อให้ประชาชนพักผ่อนหย่อนใจพร้อมทั้งอนุรักษ์โบราณสถาณของชาติสำหรับการเรียนรู้หาประวัติศาสตร์และใช้ประโยชน์พื้นที่เพื่อนันทนาการประกอบกิจกรรมการละเล่นทางวัฒนธรรมและเป็นแหล่งท่องเที่ยวของกรุงรัตนโกสินทร์
"ดังนั้นจึงขอความร่วมมือโปรดหรือถอนขนย้ายสิ่งปลูกสร้างและสิ่งของสัมภาระออกจากพื้นที่เพื่อให้กทม.สามารถเข้าดำเนินการปรับปรุงพื้นที่โดยสะดวก อย่างไรก็ตามกองจัดกรรมสิทธิ์สำนักการโยธายินดีให้การสนับสนุนช่วยเหลือในการรื้อถอนขนย้ายสิ่งปลูกสร้างและสิ่งของสัมภาระประชาชนสามารถแจ้งความประสงค์กับสำนักงานเขตพระนครได้ภายในวันที่3ก.ย.นี้หากเลยเวลาตามที่กำหนด กทม.มีความจำเป็นต้องดำเนินการหรือถอนอาคารตามอำนาจหน้าที่ต่อไป"นายศักดิ์ชัยกล่าว
ด้านนายพรเทพ บูรณบุรีเดช รองประธานชุมชนป้อมมหากาฬ กล่าวว่า ยืนยันว่าชาวบ้านอีก44หลังคาเรือนที่เหลือซึ่งมีประชาชน218คนจะไม่ย้ายออกเพราะอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีทะเบียนบ้านหากจะรื้อถอนบ้านก็เอาชีวิตไปด้วยขณะที่12หลังแรกที่ยินยอมให้กทม.รื้อเป็นเพราะกทม.เพิ่มเงินค่ารื้อถอนให้อีก50,000บาทอีกทั้ง12หลังดังกล่าวเพิ่งย้ายมาอยู่หลังปี2516ไม่ได้อยู่ต่อสู้เหมือนกับ44หลังคาเรือนที่เหลือที่ร่วมกันต่อสู้มากว่า24ปีที่ผ่านมา