เนชั่นทีวี

ข่าว

วิเคราะห์ประชามติอีสาน "รับ-ไม่รับ" ต้องมีเลือกตั้ง!

08 ส.ค. 2559 |

วิเคราะห์ประชามติอีสาน
 "รับ-ไม่รับ" ต้องมีเลือกตั้ง!

สำคัญที่สุดคือประชาชนอยากให้มีการเลือกตั้ง เพราะคิดว่าหากรับร่างรัฐธรรมนูญแล้ว จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น หากมีการเลือกตั้ง เศรษฐกิจก็จะดี

ผ่านไปแล้วสำหรับการออกเสียงประชามติ ที่แม้จะออกมาไม่พลิกความคาดหมาย เพราะส่วนใหญ่คาดการว่า ผลประชามติครั้งนี้ภาพรวมทั้งประเทศอย่างไรก็จะต้องผ่าน แต่คำว่าผ่านนั้นมีหลายนัยยะ ทั้ง ผ่านไปด้วยดี หรือ แค่ให้มัน ผ่านๆ ไป เพราะที่ผ่านมาประเทศเราอยู่ในภาวะถูก "กดทับ" ไม่สามารถแสดงออกในทุกด้าน

วิเคราะห์ประชามติอีสาน
 "รับ-ไม่รับ" ต้องมีเลือกตั้ง!


ภูมิภาคที่น่าจับตามองที่สุด คงหนีไม่พ้นภาคอีสาน เพราะสัดส่วนประชากรที่มีสิทธิ์เลือกตั้งมากที่สุดกว่า 17 ล้านคน เป็นพื้นที่เป้าหมายที่ทุกรัฐบาล ทุกการเดิมพันจะต้องมาอยู่ที่ภูมิภาคแห่งนี้ เพราะหากได้คะแนน ได้ใจของคนภาคนี้ไปก็เท่ากับ "ครองฐานเสียงไปเกือบครึ่ง" แต่ที่ผ่านมาปัญหาต่างๆ ผลพวงจากการพัฒนา และนโยบายต่างๆของรัฐ มาตกอยู่กับคนภูมิภาคนี้ ทั้งเรื่องปากท้อง เรื่องสิทธิในที่ดินทำกิน เรื่องการพัฒนาในระดับโครงสร้าง แต่พวกเขาไม่สามารถเรียกร้อง หรือ บอกให้รัฐ แก้ไขปัญหาให้ได้ โดยเฉพาะรัฐบาลทหารที่ดูเหมือนจะไม่ฟังเสียงใครทั้งสิ้น

วิเคราะห์ประชามติอีสาน
 "รับ-ไม่รับ" ต้องมีเลือกตั้ง!



ซึ่งพอผลการออกเสียงประชามติออกมา ก็ไม่ได้ทำให้เสียภาพ "แดงทั้งแผ่นดิน" เพราะ 15 จังหวัดอีสานโดยเฉพาะพื้นที่ฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยเดิมนั้น กาช่อง "ไม่เห็นชอบ" เกือบทั้งหมด คะแนนช่อง "เห็นชอบ" มีน้อยกว่า ทำให้ผลเป็นไปตามความคาดหมาย แต่การกาช่องไม่เห็นชอบก็ใช่ว่าจะเป็นสมาชิกพรรคเสื้อแดงอย่างเดียว แต่การไม่เห็นชอบนั่นหมายถึง ไม่ชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย ไม่ชอบเพราะยังไม่ได้อ่าน ไม่รู้ดีหรือไม่ดี เพราะหลายคนจนกระทั่งถึงวันไปออกเสียงประชามติก็ยังไม่มีโอกาสอ่านร่างรัฐธรรมนูญเนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญยังเดินทางมาไม่ถึง

วิเคราะห์ประชามติอีสาน
 "รับ-ไม่รับ" ต้องมีเลือกตั้ง!


แถมบางจังหวัดมีการบิดเบือน ส่งคนไปพูดคุยหน้าหน่วยเลือกตั้ง แนะนำให้ "โหวตโน" โดยเฉพาะการไปกระซิบกับคนเฒ่าคนแก่ ที่ไม่ค่อยรู้เรื่องนัก บอกว่าหากรับร่างรัฐธรรมนูญมาแล้ว สิทธิที่เคยได้ ทั้งเบี้ยยังชีพ เบี้ยคนพิการ จะถูกตัดออกทั้งหมด ทำให้การไม่รับสูงกว่าแม้จะไม่ท่วมท้น คะแนนไม่ได้ทิ้งห่างกันมากนัก แต่ก็พอแสดงออกให้รู้ว่า "ไม่เอา"

แต่จะมีพลิกอยู่บ้างคือ 3 จังหวัด ที่ผลคะแนนรับมากกว่าอย่าง เลย อุบลราชธานี และ อำนาจเจริญ ทั้งที่ 3 จังหวัดนี้ก่อนหน้านี้ คือพื้นที่สีแดงเหมือนจังหวัดอื่นๆ
ส่วน นครราชสีมาและบุรีรัมย์นั้น สองจังหวัดนี้คาดการณ์เอาไว้ก่อนล่วงหน้าอยู่แล้วว่า อย่างไรก็รับ เพราะมีปัจจัยเกื้อหนุนหลายเรื่อง ทั้งเรื่องของ พื้นที่พรรคการเมืองอื่นที่ไม่ใช่เพื่อไทย (บุรีรัมย์) ซึ่งนักการเมืองเจ้าถิ่นมีบารมีอยู่ค่อนข้างสูง ประกอบกับนักการเมืองคู่แข่งไม่สามารถลงพื้นที่พบปะกับประชาชนได้ ทำให้รายการ "คุณขอมา" จึงสามารถดึงดูดใจคนในพื้นที่ได้อยู่อีก

วิเคราะห์ประชามติอีสาน
 "รับ-ไม่รับ" ต้องมีเลือกตั้ง!


ในขณะที่นครราชสีมาถือเป็นเมืองสำคัญที่น่าจับตามอง เพราะมีความหลากหลายทั้งขั้วการเมือง ความคิด และ ความเห็น กลุ่มคน ระดับการศึกษา แต่ปัจจัยสำคัญ ๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจประกอบไปด้วย การเข้าถึงร่างรัฐธรรมนูญ , ครู ก ข ค. ที่ส่งลงไป , พรรคการเมือง , ความต้องการเลือกตั้ง ,พื้นที่ทหาร และกลุ่มก้อนกปปส.เดิม ทั้งหมดนี้ล้วนมีส่วนกับคะแนนการออกเสียงของเมืองย่าโม

หากมาวิเคราะห์รายจังหวัดจะพบข้อมูลลึกๆ ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะจังหวัดที่รับร่างรัฐธรรมนูญ 3 จังหวัดที่มาเหนือความคาดหมายอย่าง อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และ เลย

โดยจังหวัดเลยนั้น ก่อนหน้านี้คือฐานเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทย และในการออกเสียงประชามติในปี 2550 ที่ผ่านมาจังหวัดนี้ไม่รับร่าง แต่พอคราวนี้กลับ "รับ" ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า "เพราะอะไร"แม้คะแนนที่ออกมานั้นจะสูสีก็ตาม

วิเคราะห์ประชามติอีสาน
 "รับ-ไม่รับ" ต้องมีเลือกตั้ง!



จากการพูดคุยกับคนในพื้นที่ ที่วิเคราะห์เรื่องนี้บอกชัดเจนว่า ปัจจัยมีอยู่หลายประการ แต่ที่น่าสนใจและสำคัญที่สุดคือประชาชนอยากให้มีการเลือกตั้ง เพราะคิดว่าหากรับร่างรัฐธรรมนูญแล้ว จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น หากมีการเลือกตั้ง เศรษฐกิจก็จะดี ชีวิตเกษตรกรก็จะดี เพราะประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัดเลยล้วนปลูกพืชเศรษฐกิจและมีรายได้จากการค้าขายสินค้าเกษตรเป็นหลัก ประกอบกับมีกลุ่มธุรกิจมากมายของจังหวัดที่ยังรอความหวังจากรัฐบาลที่จะมาแก้ไขปัญหาปากท้องได้อย่างแท้จริง หากรับร่าง ก็จะทำให้มีการเลือกตั้ง หากมีการเลือกตั้งก็จะทำให้ได้รัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตย ซึ่งจะสามารถวางนโยบาย และช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทั่วถึง

ในขณะที่จังหวัดอุบลราชธานี ก่อนหน้านี้ในการออกเสียงประชามติในปี 2550 จังหวัดนี้ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ปีนี้กลับรับ แต่รับในระดับคะแนนที่ไม่สูงมากนัก โดยตัวเลขเห็นด้วย 382,607 คะแนน คิดเป็น 54.55% ไม่เห็นด้วย 318,796 คะแนน 45.45% ซึ่งทิ้งห่างกัน 6.3 หมื่นคะแนน ส่วนในประเด็นที่ 2.กลับพบว่าคะแนนไม่เห็นด้วยสูงกว่า นั่นแสดงว่าคนส่วนใหญ่รับร่าง แต่ไม่อยากให้ สว.เข้ามามีส่วนในการเลือกนายกฯ

วิเคราะห์ประชามติอีสาน
 "รับ-ไม่รับ" ต้องมีเลือกตั้ง!



จากการหาข้อมูลเชิงลึกพบว่า สาเหตุที่จังหวัดนี้พลิกโผรับร่างรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับว่าเป็นพื้นที่ที่เป็นฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์แต่อย่างใด เพราะการเลือกตั้งปี 2554 ที่ผ่านมา ประชาธิปัตย์ได้ที่นั่งแค่ 3 ที่นั่งในขณะที่เพื่อไทยได้ 7 ที่นั่งจาก 11 ที่นั่งที่อยู่ ส่วนอีก 1 ที่นั่งแบ่งให้กับพรรคชาติไทยพัฒนา ส.ส.ตุ่น จินตะเวชไป แต่สาเหตุหลักคือ จังหวัดรณรงค์การออกเสียงประชามติอย่างหนัก และมีการส่ง ครู ค. ลงทุกพื้นที่เพื่อพบชาวบ้านและชี้แจงเกี่ยวกับข้อดีของรัฐธรรมนูญคืออะไร (ไม่ได้บอกถึงข้อเสีย) การเข้าถึงพื้นที่โดยครู ค. เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ในขณะที่ นักการเมืองที่เคยเป็นกลุ่มหลักในการให้ข้อมูลไม่สามารถขยับตัวได้ ทำให้งานนี้การให้ข้อมูลฝ่ายเดียวของรัฐ จึงทำให้ประชาชนเห็นคล้อยตาม รวมทั้งในเขตทหารที่มีอำเภอเมืองและอำเภอวารินชำราบ สัดส่วนคนไปออกเสียงที่มีมาก ทำให้ผลการออกเสียงพลิกอย่างที่เห็น แต่ยังมีอำเภอที่เป็นสีแดงเข้ม ก็ยังไม่เห็นชอบทั้ง 2 ประเด็นเช่นเดิม

ส่วนจังหวัดสุดท้ายคืออำนาจเจริญ จังหวัดนี้เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่เหนือความคาดหมายเพราะคาดว่าน่าจะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเช่นกัน แต่ผลออกมาปรากฎว่ารับ โดยหากมองภาพของการเมือง การเลือกตั้งที่ผ่านมาพบว่ามีคะแนนพรรคเพื่อไทยครึ่งหนึ่งและประชาธิปัตย์ครึ่งหนึ่ง

พอเจาะลึกลงไปพบว่า พื้นที่นี้มีการทำการบ้านอย่างหนักของคนมหาดไทย โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองอำนาจเจริญ ซึ่งมีจำนวนตำบลมากกว่าอำเภออื่นๆถึง 19 ตำบล และมีเสียงคนรับร่างรัฐธรรมนูญมากกว่าไม่รับ ทำให้คะแนนคนรับออกมามากกว่า โดยที่ผ่านมามีการส่งเจ้าหน้าที่ปกครอง ออกทำงานร่วมกับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านอย่างสม่ำเสมอ ทั้งผ่านกิจกรรมหมู่บ้านต่อต้านยาเสพติด และมีการพ่วงเอาร่างรัฐธรรมนูญในข้อดีไปบอกเล่าประชาชนด้วย

วิเคราะห์ประชามติอีสาน
 "รับ-ไม่รับ" ต้องมีเลือกตั้ง!



แถมมีข้อมูลเชิงลึกอีกว่า มีการแอบติดสินบนกันเล็กน้อย โดยระบุว่าหากมีคนออกมาใช้สิทธิ์ออกเสียงเยอะในหน่วยไหน จะมีรางวัลให้คนขยันด้วย ทำให้มีการรณรงค์กันอย่างเข้มข้นและผลออกมาก็น่าชื่นใจ ประกอบกับปัจจัยเชิงลึกที่มีการพูดกันอย่างหนาหูอีกปัจจัยหนึ่งคือ ก่อนหน้านี้ครูในพื้นที่หลายคนบอกจะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่พอ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้กลุ่มครูที่เคยมีความคิด "ไม่รับร่าง" กลับเปลี่ยนใจ "รับร่าง" ขึ้นมา ซึ่งก็ให้ผลคะแนนออกมาอย่างที่เห็น

รวมทั้งการถกเถียงกันในสภากาแฟก็ออกมาในอีหรอบ "ไม่อยากขัดคอคนสนคอม้า" หรือ ไม่อยากจะขัดใจ รับให้มันผ่านๆ ไป เพื่อจะได้ไม่มีปัญหา และหากรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วจะนำมาซึ่งการเลือกตั้ง ซึ่งนั่นหมายถึง จะมีการเลือกตั้งใหม่ทั้ง สจ., อบต. , เทศบาล, และอื่นๆ ที่ตอนนี้แม้หมดวาระก็ยังปล่อยให้กินฟรีกันต่อได้อีก

และนี่คือปัจจัยเกื้อหนุนที่ทำให้แผ่นดินอีสานที่เคยแดงเกือบทั้งภูมิภาค กลับมามีสีอื่นแซมอยู่บ้าง เพราะความเห็นที่แตกต่างกันออกไป
แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็คือ เพื่ออยากให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น หวังจะขับเคลื่อนประเทศชาติต่อไปได้ในอนาคต เพราะสีเขียวที่แซมเข้ามา ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องการรัฐบาลชุดนี้ แต่ยังมีความหมายซ่อนเร้นอยู่ว่า "รับร่างรัฐธรรมนูญ" เพราะหวังให้มี "การเลือกตั้ง" ไม่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะชอบรัฐบาลทหหาร.

ข่าวล่าสุด