หลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างแผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2560 -2564 มาแล้ว 9 เวที คณะนักวิจัยจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ เตรียมนำผลสรุปสุดท้าย เสนอต่อกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายในเดือนกันยายนนี้
รศ.ดร.อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่ปรึกษาฝ่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทีดีอาร์ไอ) บอกว่า หัวใจหลักของแผนคุณภาพสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่ จะเน้นเศรษฐกิจสีเขียวที่จะต้องดูแลคุณภาพชีวิต การสร้างรายได้ควบคู่กับสิ่งแวดล้อม
ความสำคัญของแผนสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่ 5 ปีนอกจะต้องเดินควบคู่ไปพร้อมกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ให้เชื่อมโยงภาคเศรษฐกิจ กับสิ่งแวด ล้อมเข้าด้วยกัน เพื่อลดปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ยังมีโจทย์ใหญ่ทั้งการเพิ่มพื้นที่สีเขียว 26 ล้านไร่ ปัญหาน้ำต้นทุนที่ลดลง น้ำเสีย และขยะอันตรายที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี
น้ำชลประทานต้นทุนที่มีจำกัด ต่อไปเกษตรกร จะต้องมีส่วนร่วมในการจ่ายค่าธรรมเนียมการันตีว่าจะมีน้ำใช้โดยดูความพร้อมในระดับพื้นที่ และอีกส่วนที่อยากเห็นความร่วมมือในการเพิ่มป่าทั้งภูเขาหัวโล้นหมอกควัน ที่อาศัยชุมชนเอกชนเพื่อลดภาระงบประมาณ
สอดคล้องกับแนวทางที่ปลัดกระทรวงทรัพยากรมองว่าอนาคตประชา ชนจะต้องมีต้นทุนในการจ่ายค่าจัดการมลพิษ เช่นการจัดการน้ำเสีย การจัดการขยะ จากเดิมที่ยังไม่สามารถบังคับให้จ่ายได้
ด้านเกษมสันต์ จิณณวาโส ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า เดิมเราใช้ทรัพยากรเยอะเพราะคิดว่ามีมากมายแต่ตอนนี้ไม่ใช่ในแผนสวล.ใหม่จะคิดถึงหลักการประหยัด การจัดสรร การใช้ประโยชน์ และที่สำคัญคืออะไรที่ก่อให้เกิดมลพิษต้องมีค่าใช้จ่ายทั้งน้ำขยะ ข้อจำกัดของทรัพยากรธรรมชาติที่ลดลงสวนทางกับจำนวนคนที่เพิ่มขึ้น บวกกับสถานการณ์โลกจึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายว่าแผนสิ่งแวดล้อมฉบับนี้จะตอบโจทย์ได้ครบหรือไม่