ข่าวที่เกี่ยวข้องภาพชุด ระทึก! เครื่องบินเล็กตกในคลอง เขตหนองจอก
ที่เกิดเหตุบริเวณสะพานไม้ข้ามคลองหลังวัดลำพะอง พบเครื่องบินส่วนบุคคลขนาดเล็ก รุ่นpiper chieftain HS-FGB สีขาว ของบริษัทแรบบิท วิงส์(Rabbit wings) ชนกับตอม่อสะพานไม้ สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ตรวจสอบภายในห้องโดยสาร พบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ นายศิราวุฒิ เตียวประเสริฐ ซึ่งเป็นนักบินที่ 1 เสียชีวิตบริเวณเบาะด้านหน้าฝั่งซ้าย ลำตัวพาดไปข้างหลัง สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงสีกรมท่า มีบาดแผลขนาดใหญ่ที่ใบหน้าและศีรษะ ส่วนนักบินที่ 2 คือ นายวุฒิพงษ์ ไชยนา ได้รับบาดเจ็บ
สำหรับผู้โดยสารอีก 2 รายที่เดินทางมากับเครื่องบิน ทราบชื่อคือ จ่าโทพิทักษ์ สืบเทศ อายุ 43 ปี นายกิตติพร ธนะสังข์ อายุ 33 ปี ทั้งสองคนเป็นพนักงานของบริษัท แร็บบิด วิงค์ แอร์เวย์ (Rabbit wink airway) เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์
นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านที่อาศัยในที่เกิดเหตุได้รับบาดเจ็บจากเศษเครื่องบินที่ตก 2 รายคือ นางประพิณ เปรมปรี อายุ 48 ปี และนายอรุณ แก้วสน อายุ 78 ปี นำส่งโรงพยาบาลเสรีรักษ์
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งทำการฉีดโฟม หลังพบว่าเครื่องบินลำดังกล่าวมีน้ำมันรั่วไหลออกมาภายในลำคลอง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังกันผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ และประสานไปยังบริษัทของเครื่องบินลำดังกล่าวเพื่อดำเนินการกู้ซากเครื่องบินลำดังกล่าว
จากการสอบสวนทราบว่าเครื่องบินลำดังกล่าวเป็นของบริษัทเอกชน ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเช้าได้บินทดลองโดยมีนายศราวุฒิ เป็นนักบินที่1 และนายวุฒิพงศ์ ผู้เสียชีวิตเป็นผู้ช่วยนักบิน โดยบินออกจากสุวรรณิภูมิเมื่อช่วงเช้า เพื่อไปยังจังหวัดนครราชสีมา และเมื่อเวลา 15.00 น.ได้บินออกจากจังหวัดนครราชสีมา เพื่อกลับมายังกรุงเทพ โดยกำหนดลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่มาเกิดเหตุเสียก่อน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุต่อไป
พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น.3 กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับแจ้งเหตุเครื่องบินเหมาลำตกที่ลำคลองด้านหลังวัดลำพะอง จึงรีบเดินทางมาตรวจสอบ ซึ่งจากการตรวจสอบนั้นพบว่าเป็นเครื่องบินเล็กแบบเหมาลำดังกล่าว ชื่อไพเพอร์ ชิพเท่น( Piper Chieftain )รุ่นHS-FGB ของบริษัทแรบบิท วิงส์ แอร์เวย์ ซึ่งอยู่ย่านบางรัก เป็นเครื่องบินที่สามารถนั่งได้จำนวน 4-5 คน จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่าช่วงเช้าที่ผ่านมาเครื่องบินดังกล่าวได้บินออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังจังหวัดนครราชสีมา ก่อนที่เวลาประมาณ 15.00 น.เครื่องบินลำดังกล่าวได้ตีเครื่องบินกลังจากจังหวัดนครราชสีมาเพื่อมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยภายในเครื่องมีเจ้าหน้าที่นั่งมาด้วยกัน 4 ราย เป็นนักบิน 1ผู้ช่วยนักบิน 1 และพนักงานในบริษัทอีก 2 ราย
พล.ต.ต.ชัยพร กล่าวอีกว่า ในส่วนการดำเนินการหลังจากนี้ ได้สั่งการให้ตำรวจประสานไปยังเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.)และแพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ อย่างไรก็ตามได้กั้นบริเวณโดยรอบจุดเกิดเหตุ 100 เมตร เพื่อกันไม่ใช่ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามา นอกจากนี้ทางบริษัทเจ้าของจะทำการตรวจสอบกล่องดำของเครื่องเพื่อหาสาเหตุดังกล่าวต่อไปด้านนายจิรวัฒน์ คุ้มเกตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า ได้รับการประสานว่าให้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ เนื่องจากสัญญาณของเครื่องบินลำดังกล่าวได้หายไปจากหน้าจอเรดาห์ เมื่อตรวจสอบพบว่าครั้งสุดท้ายที่สัญญาณของเครื่องบินลำดังกล่าวปรากฏนั้นมีระยะทางห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิ 8.3 กม. จึงเร่งตรวจสอบหาพิกัด ประกอบกับชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ได้แจ้งเหตุที่เกิดขึ้นไปยังหน่วยงานข้างเคียง ก่อนจะพบเครื่องบินตกอยู่ภายในคลองดังกล่าว
จากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นเครื่องบินลำดังกล่าวบินวนต่ำในระดับเกือบถึงหลังคาบ้านประมาณ 2-3 รอบ ก่อนที่จะเห็นเครื่องบินเกี่ยวกับต้นไม้ใหญ่ หลังจากนั้นหัวเครื่องบินได้เชิดขึ้น พร้อมกับเสียงระเบิด ก่อนที่หัวเครื่องบินจะดิ่งฝ่าต้นไม้เป็นแนวยาว โดยมีเสียงระเบิดดังเป็นระยะ จากนั้นจึงพุ่งลงไปชนสะพานและตกไปในคลองดังกล่าวเบื้องต้นตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างกู้ซากเครื่องบิน และรอผลจากพฐ. และการตรวจพิสูจน์กล่องดำจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ขณะที่ทางบริษัทแรบบิท วิงส์ แอร์เวย์ เตรียมจะชี้แจงเหตุที่เกิดขึ้นต่อไป