100 เมตรสุดท้าย..."บิ๊กตู่" ทิ้งไพ่ วัดใจฟากการเมือง

นับเวลาเข้าสู่ช่วงประชามตินั้น อาจเรียกได้ว่าพ้นโค้งสุดท้ายและกำลังสับทางตรงเตรียมถึงที่หมาย เพราะเหลืออีกเพียงไม่ถึง1สัปดาห์เท่านั้น
ข่าว
ระหว่างทางที่ผ่านมาในแต่ละฝ่ายฟากการเมือง และภาคประชาชนก็มีการออกมาแสดงความเห็นจุดยืนอย่างที่ปรากฎออกหน้าสื่อมาแล้วเรียกว่าครบทุกฝ่าย
สำหรับไฮไลท์เมื่อสัปดาห์ก่อนก็คงไม่พ้นการแถลงจุดยืนของ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะถือว่ามาช้ากว่าชาวบ้าน ซึ่งทางเพื่อไทยและแนวร่วมเองมีท่าทีที่ชัดเจนมาเสียแต่ก่อนร่างเสร็จสมบูรณ์ด้วยซ้ำ อีกทั้งยังมีการเปิดพรรคจัดแจงแถลงข่าว ซึ่งคนอื่นๆส่วนใหญ่จะมาทางสื่อโซเชียลมีเดียมากกว่า
การไม่เอาด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ของ "เดอะมาร์ค" ทำให้มีการวิเคราะห์ตามมาว่าเสียงที่ออกมาจะแตกไปหรือไม่ เพราะเจ้าตัวเองก็มีฐานเสียงอยู่ด้วยไม่น้อยทีเดียว ขณะที่ฟากฝั่งของกปปส. ที่แม้จะเรียกได้ว่าเคยเป็นรากเดียวกัน กลับเห็นต่างยกมือเอาด้วยชู "รัฐธรรมนูญปราบโกง" ของ อ.มีชัย ฤชุพันธุ์ โลดแล่นบนโรดแม็ปจนถึงปลายทาง
การออกฉากครั้งนี้ของ "เฮด" แห่งพรรคแม่ธรณีบีบมวยผม ก็มีทั้งดอกไม้ และก้อนอิฐ กระหน่ำ เพราะแม้จะไม่ใช่มติพรรคก็ตาม ซึ่งหลังจากนั้นก็มีลูกพรรคออกมาเห็นต่าง พยักหน้ารับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้
กระนั้นทางฝั่งรัฐบาล เองก็มีท่าทีที่ยืดหยุ่น ไม่ซีเรียสกับท่าที่ของฝ่ายที่ออกมาส่ายหน้าปฏิเสธร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมรับผลที่ออกมา และมีทางออกรองรับไว้แล้ว โดย "นายกฯ" เองได้เปรียบไว้ว่า เป็นเพียงแค่ความเห็นหลักสิบ แต่ประชาชนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงที่จะใช้ความคิดพิจารณานั้นมีมากกว่าเป็นหลายล้านเท่า อีกทั้งยังปล่อยกับการแสดงความคิดเห็นอย่างเข้มข้นในช่วงนี้ เหมือนกับเป็นการวัดกันไปเลยให้ประชาชนพิจารณาเพื่อตัดสินใจ
"วงใน" จากทำเนียบรัฐบาล เล่าให้ฟังว่า การที่ช่วงแรก "นายกฯ" ตีไฟแดงไม่ให้นักการเมืองแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญนั้น เพราะอยากให้ประชาชนตัดสินใจอ่านและพิจารณาด้วยตัวเอง ไม่ต้องการให้ใช้กระบวนการการตัดสินใจว่าจะกาช่องไหน มาจากการที่เป็นแฟนคลับของใครฝ่ายไหน แต่อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าร่างกฎหมายสูงสุดของประเทศทั้ง 279 มาตราคงอ่านกันไม่ได้ครบถ้วนกระบวนความ ซึ่งจุดนี้ "บิ๊กตู่" เองก็มองว่าเป็นปัญหาจึงมีการเปิดช่องผ่อนปรนให้มีการแสดงความเห็นได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย
"หลายคนก็ออกมาแถลงโดยบอกว่าเป็นความเห็นส่วนตัวก็เป็นของส่วนตัวไป หลายคนก็ออกมาส่วนตัวทั้งนั้น ทั้งนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. ซึ่งผม ก็ให้ทุกคนพูด และพูดอะไรก็ได้ แบบนี้เรียกว่าเปิดเวทีหรือยัง เปิดแล้วนะ ยังมาบอกว่าผมไม่ได้เปิด ถ้าไม่เปิดก็จับหมดไปแล้ว พูดไม่ได้" นายกฯ ตอบคำถามสื่อถึงการออกฉากแสดงความเห็นของนักการเมือง
แต่หากเป็นเรื่องการเดินเกมป่วนหรือวิชามารเพื่อล้มประชามตินั้น "คสช." กลับสวมบทเฮี๊ยบ พร้อมเชือดไก่ให้ลิงดูทันที
งานนี้ต้องมาวัดกันดูว่าแนวทางกว่า 2 ปี ที่"บิ๊กตู่และคณะ" สร้างไว้ ประชาชนจะเอาด้วยหรือไม่ หรือหากแต่ต้อง "บ้อท่า" ลากเข็นโร้ดแม็ปสู่ปี 60 กันต่อไป