สืบเนื่องมาจาก วันที่ 10 ก.ค.59 ที่ผ่านมา ขณะที่ น.ส.ปานทอง คชวงษ์ ผู้เสียหายได้ขับรถของตนเองไปจอดแล้ว เดินลงไปซื้อกาแฟที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง บริเวณคลองสี่ ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ขนาดนั้นอดีต แฟนหนุ่มนักบินได้เข้ามาฉุดกระชาก และหลักผู้เสียหายเข้าไปในรถก่อนที่จะปิดประตู และทำร้ายร่างกาย โดยผู้เสียหายพยามขัดขืน และได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูป เมื่ออดีตแฟนนักบินเห็นจึงยอมหยุดทำร้ายปล่อยให้ผู้เสียหายลงจากรถและขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว
น.ส.ปานทอง คชวงษ์ ดาราสาวซิทคอม "เป็นต่อ" เล่าว่าตนเองได้เคยคบหากับอดีตแฟนหนุ่มนักบินมาได้ระยะหนึ่ง และได้พักอาศัยอยู่บ้านเดียวกันจนเมื่อ 2 ปีก่อนได้ถูกอดีตแฟนหนุ่มนักบินคนดังกล่าวทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บเข้าโรงพยาบาล รักษาตัวในห้อง icu นานกว่า 1 สัปดาห์ ภายหลังที่ออกจากโรงพยาบาล ตนเองได้ขอเลิกและย้ายออกจากบ้านที่พักอาศัยอยู่ด้วยกัน ซึ่งครั้งนั้นได้มีการแจ้งความลงพื้นประจำวันไว้ที่ สภ.คูคต วันที่ 22 ก.ย. 57 แล้วว่าห้ามมิให้มายุ่งเกี่ยวหรือติดต่อกันอีกแต่ทางอดีตแฟนหนุ่มนักบินก็ยังตามรังควาน งอนง้อ และพยายามขอคืนดีให้กลับไปอยู่ด้วยกันแต่ตนได้ปฎิเสธ
จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้วตนเองได้แต่งงานและมีครอบครัว แต่ทางอดีตแฟนหนุ่มนักบินก็ยังไม่หยุดพฤติกรรมดังกล่าว และมาก่อเหตุทำร้ายร่างกายล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 59 ที่ผ่านมา ซึ่งในวันนี้ตนเองได้มาสอบปากคำเพิ่มเติมและให้ทางเจ้าที่ตำรวจเร่งรัดคดีนี้เนื่องจากอดีตแฟนหนุ่มนักบินรู้จักกับนายตำรวจคนใหญ่คนโตเยอะ ตนจึงเกรงว่าคดีนี้จะเงียบและจะเกิดความไม่ปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวัน
โดยก่อนหน้านี้ตนได้ร้องเรียนไป ทาง น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋ม ประธานองค์กรทำดี ให้ช่วยเหลือบ้างแล้วและหลังจากนี้ก็จะเดินทางไปยังหน่วยงานต้นสังกัดของอดีตแฟนหนุ่มนักบินคนดังกล่าวเพื่อสอบถามว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือไม่ และทางหน่วยงานมีขั้นตอนและบทลงโทษอย่างไรบ้าง
ทางด้านเจ้าที่ตำรวจ หลังจากได้สอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติมเรียบร้อยแล้วจึงได้ให้ผู้เสียหายพาไปดูที่เกิดเหตุเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมจากกล้องวงจรปิดและพยานวัตถุในที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งจะติดต่ออดีตแฟนหนุ่มนักบินของผู้เสียหายมาสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป