พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า แนวทางการปฏิรูปมีอยู่ 10 ประเด็น ประกอบด้วยการปรับปรุงการบริหารงานบุคคล การกระจายอำนาจการปฏิบัติงาน การพัฒนาระบบงานสอบสวนและการบังคับใช้กฎหมาย ค่าตอบแทนและสวัสดิการ การจัดหาอุปกรณ์ประจำกายและประจำหน่วยที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงาน การป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น การสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและการทำงานร่วมกับท้องถิ่น การจัดระบบนิติวิทยาศาสตร์เพื่อช่วยเหลืองานด้านการอำนวยความยุติธรรม การสรรหาและฝึกอบรมข้าราชการตำรวจให้มีความพร้อมในการทำงาน และการถ่ายโอนภารกิจที่ไม่ใช่งานในหน้าที่หลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวอีกว่า การปฏิรูปในทุกประเด็น ต้องขับเคลื่อนไปพร้อมๆกัน โดยมีแนวทางและขั้นตอนการดำเนินการที่ชัดเจนอยู่แล้ว ตนในฐานะที่เป็นหัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนขอยืนยันว่า ผบ.ตร. ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนอยู่แล้วในการประชุมเชิงปฏิบัติการ ต่อหน้าหัวหน้าหน่วยในทุกระดับที่เกี่ยวข้อง ว่าหากพบว่าหัวหน้าหน่วยคนใด ไม่ดำเนินการตามแนวทางและกรอบระยะเวลาของการปฏิรูปที่กำหนดไว้ จะพิจารณาข้อบกพร่อง และหากจำเป็นก็จะพิจารณาโยกย้าย พร้อมทั้งสรรหาผู้อื่นเข้ามาทำหน้าที่แทน เนื่องจากการปฏิรูปเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนในทุกๆประเด็น
เมื่อถามว่า การแต่งตั้งโยกย้าย ที่ยังคงมีข่าวเรื่องของการซื้อขายตำแหน่งมาโดยตลอด พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ไม่มีใครนิ่งนอนใจ และเป็นเรื่องที่อยู่ในประเด็นการปฏิรูปการบริหารงานบุคคลอยู่แล้ว ซึ่งล่าสุดก็ได้มีการจัดทำกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2559 ขึ้นมาใหม่ และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยให้เส้นทางการเจริญเติบโตของข้าราชการตำรวจในทุกระดับและ ทุกสายงานมีความชัดเจนมากขึ้น ส่วนการแต่งตั้งในระดับผู้บังคับหมู่ถึงรองสารวัตร ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ และถือเป็นกำลังพลส่วนใหญ่ที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดกับประชาชน ผบ.ตร. ก็ได้เปิดโอกาสให้ทุกคนได้กลับไปทำงานในภูมิลำเนา หรือใกล้ภูมิลำเนาให้มากที่สุด นอกจากจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแล้ว ยังจะช่วยให้การทำงานมีความผูกพันกับพื้นที่และประชาชนมากขึ้นด้วย
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการปฏิรูปการทำงาน ของพนักงานสอบสวนในระดับสถานีตำรวจ พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ขณะนี้ได้จัดให้มีพนักงานสอบสวนอย่างเพียงพอต่อการรับแจ้ง และเสร็จสิ้นในจุดเดียวจำนวน 500 สถานีตำรวจทั่วประเทศ โดยมีการบูรณาการการทำงานของพนักงานสอบสวน ฝ่ายสืบสวน และฝ่ายสนับสนุน ทั้งนี้ เพื่อให้การสอบสวนอำนวยความยุติธรรมในเบื้องต้นเป็นไปด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม และเท่าเทียมอย่างแท้จริง มีการฝึกอบรมพนักงานสอบสวนอย่างต่อเนื่อง มีผู้บังคับบัญชาคอยควบคุมกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดข้อบกพร่องหรือความเสียหาย ซึ่งจะเป็นการทำลายความเชื่อมั่นและเชื่อถือไว้วางใจจากประชาชนโดยทั่วไปดังเช่นหลายๆคดีที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้