เตือนระวังแมงกะพรุนไฟ หาดภูเก็ต
19 ก.ค. 2559 | wanchat

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เตือนระวังแมงกะพรุนไฟเรือรบโปรตุเกส บริเวณ หาดในทอน หาดสุรินทร์ และหาดกมลา จ.ภูเก็ต ย้ำต้องใช้น้ำทะเลล้างแผลเท่านั้นหากถูกพิษ
ข่าว
19 ก.ค. 2559 | wanchat

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เตือนระวังแมงกะพรุนไฟเรือรบโปรตุเกส บริเวณ หาดในทอน หาดสุรินทร์ และหาดกมลา จ.ภูเก็ต ย้ำต้องใช้น้ำทะเลล้างแผลเท่านั้นหากถูกพิษ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้เตือนประชาชนให้ระวังการสัมผัสแมงกะพรุน หลังมีการแจ้งพบแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส หรือ แมงกะพรุนไฟเรือรบโปรตุเกส โดยเฉพาะบริเวณหาดในทอน หาดสุรินทร์ และหาดกมลา จ.ภูเก็ต หากสัมผัสตัวแมงกะพรุนให้ใช้น้ำทะเลราดมากๆ แล้วรีบส่งโรงพยาบาลโดยด่วน
ขณะที่ หัวหน้าไลฟ์การ์ดประจำชายหาดป่าตอง นายสมประสงค์ แสงชาติ บอกว่า ได้รับการประสานจากไลฟ์การ์ดชายหาดอื่นๆ ว่าเมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมาว่าพบแมงกะพรุนเรือรบโปรตุเกตุ ซึ่งมีพิษร้ายแรงถูกคลื่นซัดขึ้นตามชายฝั่งและขอให้ช่วยกันเฝ้าระวังทั้งนี้ ในช่วงหน้ามรสุมของทุกปีจะมีคลื่นซัดแมงกะพรุนขึ้นมาเสมอๆ แต่จะเป็นแมงกะพรุนชนิดอื่นๆ ส่วนแมงกะพรุนโปรตุเกตุพึ่งพบเป็นปีแรก โดยทางเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดได้เพิ่มความถี่ในการออกตรวจ และเก็บแมงกะพรุนเรือรบโปรตุเกตุออกจากชายหาด รวมทั้งให้คำแนะนำนักท่องเที่ยวในการดูแลป้องกันไม่ให้ร่างกายไปโดนแมงกะพรุนดังกล่าว พร้อมให้คำแนะนำในการรักษาพยาบาลเบื้องต้น เพราะถ้าร่างกายถูกพิษแมงกะพรุนดังกล่าวไม่สามารถที่จะใช้วิธีการในการรักษาแบบเดียวกับแมงกะพรุนไฟทั่วไปได้ โดยจะต้องใช้น้ำทะเลล้างเท่านั้น ห้ามใช้ "น้ำส้มสายชู" และ "น้ำจืด"
สำหรับข้อมูลทางวิชาการพบว่าไม่พบแพงกะพรุนชนิดนี้ในน่านน้ำไทย เพราะแมงกะพรุนชนิดนี้อาศัยอยู่ในทะเลเปิดของมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรอินเดีย แต่คาดว่าอาจถูกกระแสน้ำพัดมาเกยตื้นหรือเข้าสู่น่านน้ำไทยได้ในบางฤดูกาล มีลักษณะเด่นคือมีรูปร่าง คล้ายหมวกของทหารเรือชาวโปรตุเกสสมัยก่อน มีสีฟ้าหรือสีม่วง พร้อมหนวดยาวที่มีเข็มพิษซึ่งอาจยาวได้ถึง 30 เมตร จัดเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก