เนชั่นทีวี

ข่าว

ดีเอสไอแจงอัยการสั่งสอบเพิ่ม เส้นทางเงินสหกรณ์คลองจั่น

13 ก.ค. 2559 | nation_ent

ดีเอสไอแจงอัยการสั่งสอบเพิ่ม  เส้นทางเงินสหกรณ์คลองจั่น

ดีเอสไอแจงอัยการสั่งสอบสวนเพิ่ม เพื่อให้เห็นภาพรวมเส้นทางเงินสหกรณ์คลองจั่นตั้งแต่ก่อนทุจริต หลังทุจริต พระ-วัดเกี่ยวข้องในจุดใด คาดใช้เวลา 2 สัปดาห์สรุปผล ส่วนคดีเบนซ์ "สมเด็จฯช่วง" ยังต้องรอหลักฐานชิ้นสำคัญจากต่างประเทศ

  กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) - 13 ก.ค.59 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยถึงการสอบสวนคดีฟอกเงินจากการยักยอกฉ้อโกงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ว่า ดีเอสไอได้สรุปสำนวนการสอบสวนคดีร่วมกันฟอกเงิน สมคบฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร ซึ่งมีผู้ต้องหา 5 ราย ในจำนวนนี้มีพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย รวมอยู่ด้วย ซึ่งอัยการผู้พิจารณาสำนวนสั่งให้ดีเอสไอสอบสวนเพิ่มเติมถึงรายละเอียดในการบริหารงานภายในวัดพระธรรมกาย ตลอดจนเส้นทางการเงินต่างๆ ซึ่งในมุมมองที่แตกต่างระหว่างพนักงานสอบสวนกับอัยการไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะคดีนี้ดีเอสไอรับสอบสวนไว้หลายสำนวน ทั้งการลักทรัพย์นายจ้าง ฉ้อโกงประชาชน และฟอกเงิน 

อัยการซึ่งไม่ได้เห็นเรื่องตั้งแต่แรกจึงอาจอยากเห็นเส้นทางการเงินในภาพรวมทั้งหมดว่า ที่มาก่อนการทุจริตในปี 52 เส้นทางการเงินเป็นอย่างไร หลังการทุจริตเป็นอย่างไร เส้นทางการเงินไปมาที่ไหนบ้าง พระและวัดเข้ามาเกี่ยวข้องในจุดใดบ้าง และเงินที่เกี่ยวข้องในส่วนของวัดนั้นมีพระผู้บริหารวัดเข้าไปเกี่ยวข้องตรงไหนบ้าง ส่วนรายละเอียดในสำนวนการสอบสวนว่าพระรูปใดจะเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างไรนั้นไม่สามารถเปิดเผยได้ ทั้งนี้คาดว่าดีเอสไอจะใช้เวลา 2 สัปดาห์สอบสวนในประเด็นที่อัยการสั่งสอบเพิ่มเติม จากนั้นจะส่งผลการสอบสวนให้อัยการทันที
  อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงการสอบปากคำพระที่มีบทบาทในการบริหารวัดพระธรรมกายรวม 5 รูปว่า พระทั้ง 5 รูป อ้างติดศาสนกิจ จึงขอเลื่อนการเข้าให้ปากคำออกไปเป็นวันที่ 22 ก.ค.นี้. หากนัดเข้าให้ปากคำครั้งที่ 2 ขอเลื่อนอีก ดีเอสไอจะพิจารณาการเลื่อนคดีในแง่กฎหมาย สำหรับการขอหมายค้นรอบ 2 นั้น ดีเอสไอรอประเมินความพร้อมจากสถานการณ์และรายงานการสืบสวน ในชั้นนี้เชื่อว่าพระธัมมชโยยังอยู่ภายในวัดพระธรรมกาย
  ส่วนคดีการครอบครองเบนซ์คลาสสิคผิดกฎหมายของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จฯช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชนั้น พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ดีเอสไอได้รวบรวมพยานเอกสารและพยานแวดล้อมไว้ครบถ้วน ถือว่าสำนวนแล้วเสร็จไปกว่า 80% ที่ผ่านมาได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้เกี่ยวข้องในการนำเข้า การยื่นจดประกอบ และการยื่นชำระภาษีสรรพสามิตภาษีศุลกากร ทั้งหมดแล้ว แต่การสอบสวนยังต้องรอหลักฐานชิ้นสำคัญต่างจากประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาดีเอสไอพยายามเร่งรัดและติดตามความคืบหน้า แต่กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องความร่วมมือระหว่างประเทศ จึงไม่สามารถกำหนดกรอบเวลาในการทำงานได้

ข่าวล่าสุด