กรณีเสือโคร่งของกลาง จำนวน 147 ตัวที่ขนย้ายจากวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน จังหวัดกาญจนบุรี ชื่อเมฆเหนือ 2 ป่วยตาย 1 ตัว ทำให้ทีมทนายวัดเสือ ระบุว่ากรมอุทยาน ไม่มืออาชีพในการดูแลเสือของกลาง
ทั้งนี้ในการขนย้ายเสือมีการทำประวัติเสือทุกตัวอย่างละเอียด โดยเฉพาะการเจ็บป่วยของเสือชุดนี้ ซึ่ง 2 ตัวที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ คือ ดอกรัก ลูกเสือตัวเมียอายุ 1 ปี 3 เดือน มีประวัติอาการชักอยู่แล้ว ส่วนไททัน ลูกเสือตัวผู้อายุ 1 ปี 11 เดือน ก็มีประวัติอาการชัก อยู่ระหว่างการให้ยามาจากวัด นอกจากนี้บางตัวสายตามีต้อกระจก บางตัวถูกเสือตัวอื่นกัดคอ จนส่งผลต่อการกิน
นอกจากนี้ สัตวแพทย์ กรมอุทยานฯ ยังตั้งข้อสังเกตว่ามัมมี่เสือโคร่งทั้ง 40 ซากที่ถูกแช่แข็งไว้เป็นหลักฐาน ที่บ่งชี้ว่าเสือโคร่งของวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน จ.กาญจนบุรี มีการผสมกันเองในระหว่างเครือญาติ ทำให้พันธุกรรมอ่อนแอ และเลือดชิด จนเกิดภาวะแท้งตายได้ง่าย ซึ่งซากเสือนำไปพิสูจน์ได้ง่ายๆจากปอด หากลอยน้ำจะหมายถึงเสือไม่ได้ตายในท้องแม่ แต่หากปอดจมน้ำแสดงว่าตายตั้งแต่อยู่ในท้อง และคลอดออกมาตาย แต่น่าเสียดายว่าซากเสือส่วนใหญ่เน่าจนไม่สามารถพิสูจน์ด้วยวิธีการง่ายๆแบบนี้ โดยกระบวนการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อตรวจดีเอ็นเอ และหาสาเหตการตายจากซากมัมมี่ลูกเสือ สัตวแพทย์จากมหาวิทยาลัยมหิดล กำลังเร่งยังดำเนินการอยู่