หลังกลับจากเยี่ยม น้องสาวที่ถูกจำคุกอยู่ในเรือนอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา นางปุ๋ย เบขุดทด พี่สาว ก็เดินทางมาที่วัดบ้านไร่ เพื่อกราบหลวงพ่อคูณ อธิฐานขอให้ นางปั่น เพิกขุนทด ได้รับความเป็นธรรม จากข้อหาบุกรุกที่สาธารณะวะช่องโค
ห่างจากวัดบ้านไร่กว่า 4 กิโลเมตร เข้าสู่พื้นที่ที่กำลังเป็นข้อพิพาท บริเวณทางเข้า มีป้ายขนาดใหญ่ระบุข้อความ ของหลวงพ่อคูณ ระบุให้รักษาป่าวะช่องโค ไว้เพื่อลูกหลาน // นายธวัชชัย แสนประสิทธิ์ กำนันตำบลกุดพิมาน บอกว่าเมื่อครั้งรับตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน หลวงพ่อคูณฝากให้รักษาป่า เพราะมีคนเข้ามาบุกรุก
ชายคนนี้ เป็นหลานแท้ๆ ของหลวงพ่อคูณ และเป็นลูกพี่ลูกน้องกับชาวบ้านโกรกมะเขือบนที่ดินข้อพิพาท รับไม่ได้กับข้อความนี้ และบอกว่า กำนัน พร้อมทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลกุดพิมาน แอบอ้าง คำพูดของหลวงพ่อตา
ปัจจุบันหมู่บ้านโกรกมะเขือไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนของทางราชการ เป็นเพียงชื่อเรียกของชาวบ้าน ที่ยังอาศัยอยู่กว่าสิบหลังคาเรือน
นี่คือแผนที่รังวัดของกรมที่ดิน เส้นสีแดง คือที่ดินสาธารณะวะช่องโคตามที่ผู้ใหญ่บ้านและนายอำเภอเป็นผู้ชี้แนวเขต จนออกเป็นหนังสือสำคัญที่หลวง เมื่อปี 2528
ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อ การรังวัดครั้งนั้นชาวบ้านบอกว่าคาดเคลื่อน ไปทับกับ สค.1 เลขที่ 101 จำนวน 25 ไร่ของนางปั่น เพิกขุนทด และชาวบ้านแถบนั้นอีกหลายคน จนถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกที่หลวง
จากแผนที่รังวัดของกรมที่ดิน เส้นสีเหลือคือพื้นที่ที่ชาวบ้านบอกว่าเป็นพื้นที่สาธารณะที่แท้จริง ซึ่งสวนทางกับข้อมูลขององค์การบริหารส่วนตำบลกุดพิมาน
การแย้งน้ำเพื่อทำการเกษตรของตระกูลเพิกขุนทด และตระกูลพันธ์ชนะ คือที่มาของความขัดแย้ง
แต่ว่าความขัดแย้งครั้งนั้น ก็ส่งผลให้ลูกหลานในปัจจุบันได้รับผลกระทบ ถูกดำเนินคดีข้อหาบุกรุกที่หลวง
วันนี้ นางรัตติกาล เพิกขุนทด ลูกสาวของนางปั่น นำเอกสารแจ้งการครอบครองที่ดินหรือ สค.1 เลขที่ 101 ที่มีสภาพขาดลุ้ย ซึ่งจดแจ้งเมื่อปี 2498 มีนายหลวง เพิกขุนทดเป็นผู้แจ้งการครอบครอง ก่อนยกให้นายเล็ง เบขุนทด น้องเขย และตกทอดมาถึง นางปั่น เพิกขุนทด ลูกสาวของนายเล็ง ที่ถูกต้องขังอยู่ในเวลานี้
เราตรวจสอบเลขที่เอกสารสิทธิ์ในที่ดิน ทับที่สาธารณะวะช่องโค กับสำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา พบว่ามีการจำหน่าย หรือยกเลิกเอกสารแจ้งการครอบครองที่ดินหรือ สค.1 จำนวน 3 ฉบับจริง ได้แก่ สค.1 เลขที่ 139,113 และ 147 แต่ไม่พบการจำหน่าย สค.1 เลขที่ 101 ของนางปั่น เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วลูกสาว น้องสาว และเพื่อนบ้านร่วมชะตากรรมเดียวกัน จึงเดินทางมายื่นหลักฐานเพิ่มเติม ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ และอัยการสูงสุด เพื่อขอให้สอบสวนข้อเท็จจริงใหม่
นอกจากนี้ ชาวบ้านยังยื่นหลักฐาน เป็นภาพถ่ายทางอากาศที่ขอมาจากกรมแผนที่ทหาร ย้อนหลังไปเมื่อปี 2517 แสดงให้เห็นร่องรอยการทำไร่ ทำนาของชาวบ้านก่อนรัฐจะประกาศ เป็นที่สาธารณะ
ขณะที่กำนันตำบลกุดพิมานบอกว่า พร้อมรับตรวจสอบ เพราะแม้ว่า หนังสือสำคัญที่หลวงจะออกเมื่อปี 2528 แต่ สภาพและประวัติความเป็นมาถูกระบุลงในทะเบียนที่สาธารณะโยชน์ จ.นครราชสีมา ว่าเป็นโคกป่าที่ประชาชนสงวนไว้ใช้เลี้ยงสัตว์ มาเป็นเวลาร้อยปี