แน่นอนว่าสมุทรสาครคือแหล่งรวมเเรงงานเมียนมาร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีจำนวนชึ้นทะเบียนอย่างถูกกฎหมาย240,000 คน และก็ไม่น่าแปลกใจถ้าชาวเมียนมาที่นี่จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับการถูกเอารัดเอาเปรียบและถูกรีดไถมาถ่ายถอดให้เราได้รับรู้ตลอดเวลา ราวกับเป็นเรื่องจริงของชีวิตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่เเรงงานเมียนมาร์ที่ขึ้นทะเบียนถูกกฎหมายเเล้วก็ยังไม่พ้นเงื้อมมือของเจ้าหน้าที่ที่หากินกับการรีดไถ และถ้าใครคิดว่ามีเอกสารที่ทางการไทยออกให้พกติดตัว ไม่ว่าจะเป็นเอกสารประจำตัวเเรงงานต่างด้าว พาสปอต หรือใบอนุญาตทำงานแล้วจะปลอดภัยก็ถือว่าคิดผิด เพราะสำหรับการรีดไถไม่มีข้อยกเว้นอู ทุย วัย 30ปี มาจากเมืองมะกุย ใกล้เมืองพุกาม ลักลอบเข้ามาขายเเรงงานด้านชายเเดนจ.ตาก ด้วยการเป็นลูกเรือประมงแลกกับ เงินเดือน3,500บาทพร้อมอาหารสามมื้อ หลังจากอยู่บนเรือสามปีก็ย้ายมาทำงานเฟอร์นิเจอร์เเละลูกจ้างที่ตลาดไท จ.ปทุมธานี อู ทุยได้ชึ้นทะเบียนเเรงงานเมื่อปี2554 ก่อนจะหันมาค้าขายในอ.เมือง สมุทรสาคร
อู ทุย เดินทางกลับบ้านปีละ1ครั้ง พร้อมเพื่อนๆผ่านทางด่านชายเเดนอ.เเม่สอด จ.ตาก แต่ถึงเเม้จะมีเอกสารเข้าเมืองเเละเอกสารทำงานถูกต้อง เเต่ยังถูกเจ้าหน้าที่ไทยร่วมมือกับคนขับรถตู้เรียกตรวจเอกสารเสมอ การถูกตรวจอย่างน้อย4ด่านระหว่างทางจากจ.สมุทรสาครจนถึงจ.ตาก กลายเป็นเรื่องธรรมดา"มีเอกสารถูกต้อง เจ้าหน้าที่อำเภอบอกว่าเเค่นี้ถูกกฎหมาย เเต่เวลาเจอด่าน เจ้าหน้าที่จะตรวจ บางครั้งขอดูทร.38 ทั้งๆที่ไม่ต้องใช้เเล้ว หากใครขึ้นทะเบียนเเล้ว เเต่หากไม่มีเเสดง ก็ต้องจ่ายด่านละ100บาทต่อ1คน หรือหากมี เเต่วันที่ไม่ตรงก็ต้องจ่ายด่านละ100บาท เเม้หากมีเอกสารครบก็ต้องจ่ายด่านละ20บาทเป็นค่าตรวจ"
ด่านที่อู ทุยอ้างถึงนั้น สองด่านอยู่ที่รอยต่อจ.ตากกับจ.กำเเพงเพชร เเละที่อ.เเม่สอด ส่วนอีกสองด่านจะเป็นด่านเคลื่อนที่ ที่อาจจะโดนเรียกตรวจตั้งเเต่จ.สมุทรสาครเป็นต้นไปจนถึงจ.ตาก อู ทุยบอกว่า มารู้ตอนหลังว่า คนขับรถตู้ที่จ้างเหมามาจะส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่รัฐเรีบกตรวจเอกสารเหล่านี้เเละเรียกเก็บค่าตรวจสอบเอกสารตั้งเเต่20-100บาทต่อคน การรีดไทยหรือการเอาเปรียบแรงงานเมียนมาเหล่านี้ ได้กลายเป็นเรื่องปกติ และแรงงานเมียนแต่ละคนที่ Prime Time พูดคุยด้วยจะบอกเล่าถึงประสบการณ์ที่คล้ายกันเเม้เเต่ร้านขายของของชาวเมียนมาในพื้นที่ที่เช่าจากคนไทย ก็ยังต้องจ่ายค่าดูเเลให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ โดยจ่ายรวมกับค่าเช่าร้านค้าเพราะฉะนั้นสิ่งที่แรงงานเมียนมาคาดหวังจาก ออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมา คือการเจรจากับรัฐบาลไทยเพื่อสร้างหลักประกันในด้านสวัสดิการและสวัสดิภาพให้กับแรงงานเมียนมาในประเทศไทย
องค์กรเกี่ยวกับสิทธิแรงงานวันนี้ได้แถลงข่าวถึงข้อเสนอที่จะยื่นต่อนางซูจีผ่านตัวแทน ซึ่งจะครอบคลุมถึง เรื่องการคุ้มครองจากเอกสารที่ทางการไทยออกให้ ค่าแรงขั้นต่ำ สวัสดิการ การประกันสุขภาพ การรวมตัวเป็นสหภาพ และโอกาสการศึกษาของลูกหลานแรงงานข้ามชาติ