"มูลนิธิแอลพีเอ็นและเครือข่ายแรงงานเมียนมาร์เตรียมยื่นหนังสือถึงรัฐบาลเมียนมาร์และนางอองซาน ซูจี ที่จะมาเยือนไทยเพื่อขอให้ประสานงานกับรัฐบาลช่วยแก้ปัญหาและดูแลแรงงานเมียนมาร์ให้มากขึ้น ผอ.มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงานหรือแอลพีเอ็น นายสมพงค์ สระแก้ว บอกว่า ปัจจุบันมีแรงงานเมียนมาร์ที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในไทยอย่างถูกกฎหมายกว่า 1 ล้าน 4 แสนคน แต่คาดว่ายังมีแรงงานที่ไม่อยู่ในระบบกว่า 1 ล้านคน และปัญหาแรงงานที่มีบัตรสีชมพูซึ่งไม่สามารถเดินทางนอกจังหวัดที่ทำงานได้ มีการเปลี่ยนนายจ้างและประเภทงานที่ทำด้วยเหตุจำเป็น โดยแรงงานเมียนมาเหล่านี้เสี่ยงถูกจับและแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลเมียนมาและไทยต้องร่วมกันแก้ไข ผอ.มูลนิธิแอลพีเอ็น บอกอีกว่า ได้หารือกับเครือข่ายแรงงานเมียนมาในกรุงเทพฯ สมุทรสาครและสมุทรปราการ โดยมีข้อสรุปข้อเรียกร้องยื่นถึงรัฐบาลเมียนมาร์และนางอองซาน ซูจีคือ ขอให้ประสานกับไทยเปิดจดทะเบียนแรงงานเมียนมาร์และผู้ติดตามรอบใหม่โดยให้เฉพาะคนที่มีนายจ้าง และขอให้รัฐบาลเมียนมาร์จัดส่งเจ้าหน้าที่และจัดตั้งศูนย์พิสูจน์สัญชาติ และร่วมกับไทยออกหนังสือแสดงตัวบุคคลซึ่งไม่ใช่หนังสือเดินทางหรือซีไอให้ก่อนเพื่อให้เดินทางไปจังหวัดต่างๆ และเข้าออกระหว่างไทยกับเมียนมาร์ได้สะดวกและออกพาสปอร์ตให้ภายหลัง
นอกจากนี้ ขอให้ประสานกับไทยติดตามและดูแลให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท เพราะขณะนี้นายจ้างบางส่วนทั้งกรุงเทพฯ และหลายจังหวัดเช่น สมุทรสาคร ตากจ่ายต่ำกว่าวันละ 300 บาท และขอให้นำเข้าแรงงานเมียนมาร์โดยผ่านระบบรัฐต่อรัฐ ไม่มีนายหน้าเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้มีการแสวงหาผลประโยชน์ ผอ.มูลนิธิแอลพีเอ็นมองว่ากรณีมีกระแสข่าวนางอองซาน ซูจีจะพาแรงงานเมียนมาร์กลับประเทศไม่น่าเป็นความจริงเพราะเมียนมาร์ยังไม่มีความพร้อมและยังมีแรงงานในประเทศอยู่มาก และขณะนี้ค่าจ้างขั้นต่ำเมียนมาร์อยู่ที่เดือนละ 3-4 พันบาท แต่อยู่ในไทยหากเจอนายจ้างที่ดี จะได้ค่าจ้างเดือนละกว่า 9 พันถึง 1 หมื่นบาท