ทั้งนี้ นายแมคคอร์มิค นักธุรกิจจากเมืองโบลตัน วัย 47 ปี ถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุก 10 ปี เมื่อกลางปี 2556 จากการจำหน่ายอุปกรณ์ตรวจจับวัตถุระเบิดปลอมซึ่งมีส่วนทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต
คำสั่งยึดทรัพย์ในการพิจารณาคดีครั้งล่าสุดนี้จะเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมนำเงินสด อสังหาริมทรัพย์ และเรือสำราญที่นายแมคคอร์มิคมีชื่อเป็นเจ้าของมาจำหน่ายและนำเงินไปชดเชยแก่ผู้เสียหายต่อไป
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนตุลาคม 2557 เว็บไซต์ข่าวบีบีซีของอังกฤษ ระบุว่า เครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดที่นายแมคคอร์มิคผลิตและจำหน่าย ได้แก่ รุ่น "เอดีอี-651" ซึ่งจำหน่ายในอิรัก ไนเจอร์ และประเทศอื่น ๆ แถบตะวันออกกลาง ส่วนรุ่น "จีที200" จำหน่ายให้แก่ลูกค้าในไทย เม็กซิโก ประเทศในตะวันออกกลาง และแอฟริกา และรุ่น "อัลฟ่า 6" จำหน่ายให้แก่ลูกค้าในไทย อียิปต์ และเม็กซิโก
รายงานข่าวระบุว่า รัฐบาลอิรักซึ่งเป็นอดีตลูกค้ารายใหญ่ของนายแมคคอร์มิค จะได้รับค่าชดเชยราว 2.3 ล้านปอนด์ ( 112 ล้านบาท) ขณะที่หน่วยงานรัฐบาลของบาห์เรน เลบานอน ไนเจอร์ และจอร์เจีย จะได้รับเงินชดเชยเช่นกัน แต่ยังไม่มีการระบุตัวเลขที่ชัดเจน
นายแมคคอร์มิคมีรายได้กว่า 50 ล้านปอนด์ ( 2,449 ล้านบาท) จากการจำหน่ายเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดปลอม ซึ่งดัดแปลงจากอุปกรณ์ค้นหาลูกกอล์ฟ ต้นทุนประมาณ 14 ปอนด์ (ราว 685บาท) ต่อเครื่อง แต่กลับนำไปขายให้แก่ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ในราคาเครื่องละประมาณ 3,500 ปอนด์ ( 171,430 บาท)