ธรรมกายแถลงโต้! แผนจับกุมธัมมชโย

ปทุมธานี - คณะลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย แถลงไม่พอใจการทำงานของดีเอสไอ หลังมีท่าทีเตรียมบุกจับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัด ในวันศุกร์นี่
ข่าว
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 15 มิ.ย. 59 นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย แถลงข่าวตามที่มีข่าวปรากฏทางสื่อมวลชนว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษเตรียมขอหมายค้นบุกวัดพระธรรมกายนั้น คณะศิษยานุศิษย์ขอเรียนชี้แจงดังนี้
1.พระเทพญาณมหามุนี ได้รับบริจาคโดยเปิดเผยและสุจริต ทรัพย์ทั้งหมดได้ใช้ไปเพื่อสร้างศาสนสถานตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาค ไม่ได้นำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนแม้แต่บาทเดียว มีหลักฐานเส้นทางการเงินที่ชัดเจน เพราะไม่เคยถอนเป็นเงินสดออกมาเลย ซึ่งสำนักงานปปง. ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดโดยชัดเจนและส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว ยิ่งกว่านั้นเมื่อเกิดเป็นคดีความขึ้น มีข้อสงสัยถึงที่มาของทรัพย์ที่ได้รับบริจาค คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ยังได้ตั้งกองทุนเยียวยาแก่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นจนครบจำนวน และสหกรณ์ ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่แท้จริงได้มีหนังสือขอบคุณและแสดงเจตนารมณ์ ไม่ติดใจเอาความทั้งทางแพ่งและอาญา ทำไมกรมสอบสวนคดีพิเศษกลับมุ่งมั่นดำเนินคดีในประเด็นที่ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ กับสมาชิกสหกรณ์
2. กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีคำสั่งที่ 531/2559 เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2559 ขอความร่วมมือจากพระเดชพระคุณพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และดร.สมศักดิ์ โตรักษา ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ร่วมเป็นคณะกรรมการประสานงานในคดีดังกล่าว มีอำนาจหน้าที่กำหนดแนวทาง มาตรการ และวิธีประสานงาน รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
3. คณะกรรมการชุดนี้ ได้ประชุมที่วัดเขียนเขต จังหวัดปทุมธานี 2 ครั้ง การเจรจามีความคืบหน้าด้วยดีโดยลำดับ และมีนัดประชุมครั้งที่ 3 ในวันอังคารที่ 14 มิถุนายน 2559 แต่แล้วในวันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน 2559 ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษกลับสั่งฟ้องและส่งสำนวนคดีดังกล่าวไปยังอัยการ โดยไม่รอการประชุมในวันที่ 14 มิถุนายน ทำไมกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงรีบร้อนรวบรัดกระบวนการผิดปกติ และไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงการประชุมแม้แต่ข้อเดียว
4. นายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ อัยการที่ปรึกษาในคดีนี้ได้ไปออกรายการเผชิญหน้า ทางสถานี Spring News ได้เปลือยธาตุแท้ของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในคดีนี้อย่างล่อนจ้อนต่อสาธารณชน
โดยเมื่อพิธีกรถามว่า พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ประธานคณะกรรมการประสานงานได้แถลงข่าวว่า การเจรจาเป็นไปด้วยดี มีข้อตกลงร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษร จะส่งแพทย์จากโรงพยาบาลของรัฐเข้าไปตรวจอาการพระเทพญาณมหามุนีที่วัดพระธรรมกาย เมื่อพบว่า อาพาธจริงจะไปแจ้งข้อกล่าวหาและประกันตัวที่วัด แล้วทำไมจู่ๆ ดีเอสไอกลับสั่งฟ้องส่งสำนวนให้อัยการเลย โดยนายขจรศักดิ์ ตอบว่า การตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวเป็นมาตรการทางปกครอง ผลสรุปจากการประชุมใดๆ ไม่มีผลผูกพันกับพนักงานสอบสวนของดีเอสไอ
5. มติที่ประชุมที่มีการลงนามร่วมกัน โดยผู้แทนดีเอสไอถึง 3 ท่าน มีรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นประธานและพระเดชพระคุณพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี รวมทั้งผู้แทนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไร้ค่า ไม่มีผลผูกพัน ดีเอสไอพร้อมจะแหกข้อตกลงได้ทุกเมื่อ หากพูดภาษาชาวบ้านก็หมายถึงว่าคณะกรรมการชุดนี้ ทางดีเอสไอตั้งขึ้นเพื่อหลอกใช้เจ้าคณะปกครองสงฆ์และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นเครื่องมือเท่านั้นใช่หรือไม่ คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวที่ลงนามโดยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีค่าไม่ต่างอะไรกับเศษกระดาษใช่ไหม.
6. หากข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรที่ลงนามโดยผู้แทนดีเอสไอ เจ้าคณะปกครองสงฆ์และผู้แทนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทางดีเอสไอยังบิดพลิ้วไม่ทำตาม จากนี้ไปจะให้ทางวัดพระธรรมกาย และประชาชนเชื่อถือคำพูดของผู้บริหารกรมสอบสวนคดีพิเศษได้อย่างไร
7. ดีเอสไอได้ทำหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอกำลัง จำนวน 4 กองร้อย หรือ 600 นาย พร้อมอาวุธครบมือ รวมทั้งเฮลิคอปเตอร์ โดยดีเอสไอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด เมื่อรวมกับกำลังของดีเอสไอซึ่งปรากฏตามรายงานข่าวของสื่อมวลชนว่ามีรถหุ้มเกราะพร้อมออกปฏิบัติการ และกำลังของเจ้าหน้าที่หน่วยอื่น ดูประหนึ่งว่าดีเอสไอกำลังจะทำสงครามกลางเมือง โดยยกกำลังนับพันนายพร้อมรถหุ้มเกราะและเฮลิคอปเตอร์บุกเข้าวัดในพระพุทธศาสนา เพื่อจับกุมพระภิกษุชรา อายุกว่า 72 ปี ที่กำลังอาพาธหนักเป็นเพียงผู้ต้องหา ยังไม่ได้สอบสวน ยังไม่ได้ตกเป็นจำเลยในคดีเลย
เรื่องนี้สร้างความสะเทือนใจต่อคณะสงฆ์ทั่วประเทศ ศิษยานุศิษย์พระเทพญาณมหามุนี และชาวพุทธทั่วโลกเป็นอย่างมาก มีองค์กรพุทธทั่วโลกส่งหนังสือมาทักท้วงการทำงานของดีเอสไอยังท่านนายกรัฐมนตรีมากมาย ปรากฏเป็นข่าวไปทั่วโลก สร้างความเสื่อมเสียแก่ภาพลักษณ์ของประเทศชาติอย่างร้ายแรง จนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ต้องออกมาปรามไม่ให้ดีเอสไอใช้มาตรการรุนแรง
8. คณะสงฆ์จากทั่วประเทศที่ได้เดินทางมาให้กำลังใจวัดพระธรรมกายจำนวนมากทุกวัน รวมกว่า 50,000 รูป รู้สึกสงสัยว่าทำไมดีเอสไอในยุคนี้จึงมุ่งมั่นดำเนินคดีกับพระภิกษุผิดปกติ คณะสงฆ์ทั้งประเทศจับตามองการทำงานของดีเอสไออยู่อย่างใกล้ชิด เพราะมีข้อสงสัยว่าดีเอสไอมีทิศทางการทำงานที่บ่อนทำลายพระพุทธศาสนาหรือไม่
9. การดำเนินการของดีเอสไอที่ทำหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจถึง 600 นาย พร้อมเฮลิคอปเตอร์มาบุกวัดเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลกเช่นนี้ เป็นการทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ศิษยานุศิษย์จำนวนมากต่างเป็นห่วงเดินทางมาวัด หากมีมือที่สามเข้าแทรกทำให้เกิดสถานการณ์บานปลายจนมีการบาดเจ็บล้มตายเกิดขึ้น กรมสอบสวนคดีพิเศษจะรับผิดชอบอย่างไร
10. ขณะนี้คดีอยู่ในความรับผิดชอบของอัยการแล้ว คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายขออ้อนวอนให้ทุกฝ่ายอยู่ในความสงบ รอการพิจารณาสั่งคดีของอัยการ ไม่ควรออกมาแทรกแซงกระบวนการทำงานของอัยการ ไม่ดำเนินการแบบขี่ช้างจับตั๊กแตน ยั่วยุให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง