เดิมทีการแถลงข่าวของวัดในวันนี้ หลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน จะออกมาชี้แจงด้วยตัวเอง แต่ในที่สุดก็ส่งตัวแทนที่เป็นลูกศิษย์ของวัดและทนายความออกมาชี้แจงแทนโดยบอกว่าหลวงตาจันทร์โรคหัวใจกำเริบกะทันหัน
พระวิสุทธิสารเถร หรือหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน และประธานมูลนิธิวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน ปรากฎตัวครั้งแรกภายในวัด หลังหายออกจากวัดไปตั้งแต่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้ามาขนย้ายเสือโคร่งของกลาง 137 ตัว และพบซากลูกเสือโคร่งถูกแช่แข็งและถูกดอง รวมทั้งตะกรุดของขลังที่ทำจากอวัยวะเสือซ่อนอยู่ในวัด โดยวันนี้ให้ผู้สื่อข่าวบันทึกภาพจากประตูรั้วด้านหน้า ขณะกำลังให้อาหารวัว ควายและหมูป่าที่เหลืออยู่ในวัด แล้วก็กลับเข้ากุฏิไป ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อ
นายศิริ หวังบุญเกิด อดีตสส.กรุงเทพมหานคร ได้รับมอบหมายจากหลวงตาจันทร์ในออกมาชี้แจงแทน เนื่องจากหลวงตามีอาการโรคหัวใจกำเริบกะทันหันว่า หลวงตาไม่รู้เห็นเกี่ยวกับการพบซากและตะกรุด เพราะที่ผ่านมาทางวัดไม่เคยประกอบพิธีพุทธาภิเษกของขลังเหล่านี้ แต่ยอมรับว่ามีคนภายวัดเป็นคนทำชิ้นเนื้อจากเสือที่ตายแล้วมาแอบทำ แต่ไม่ควรเชื่อมโยงมาถึงหลวงตาจันทร์
ส่วนกรณีที่ถูกมองว่าวัดเป็นแหล่งลักลอบค้าสัตว์ป่า นายศิริ บอกว่า แรกเริ่มกรมอุทยานฯ เอาเสือมาฝากจำนวน 5-6 ตัว เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว เมือเวลาผ่านไป เสือเพิ่มจำนวนมากขึ้นโดยที่กรมอุทยานไม่เคยออกค่าใช้จ่าย วัดจึงจ้องหารายได้จากการท่องเที่ยว
กลุ่มลูกศิษย์หลวงตาจันทร์ ยังอ้างภาพถ่าย นายสัตวแพทย์สมชัย วิเศษมงคลชัย นายสัตวแพทย์ประจำวันเสือก่อนที่จะออกไปเนื่องจากขัดผลประโยชน์กับวัด เป็นภาพขณะกำลังดองซากเสือ เพื่อเก็บเป็นพิพิธภัณฑ์ ซึ่งถูกกรมอุทยานพบในภายหลัง ทั้งนี้เห็นว่า นายสัตวแพทย์สมชัย มีความสนิทชิดเชื้อ กับนายอดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติเป็นพิเศษ
ส่วนเรื่อง สปก.ที่ดินทางวัดตอบเพียงสั้นๆ ว่าพร้อมที่ให้รัฐเข้าตรวจสอบ ตามกฎหมาย