ไม่นาน จากสวนผลไม้ พื้นที่ของไพโรจน์ก็กลายเป็น"สวนละไม" โดยใช้เงินกู้ผ่านโครงการสินเชื่อ "1 ตำบล 1 SME เกษตร ซึ่งเป็นความร่วมมือกันของ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.)และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 2 หน่วยงานรัฐ
"นิธิศ มนุญพร" กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. เปิดเผยว่า บสย.ตระหนักถึงวิกฤติภาคการเกษตรในช่วงที่ผ่านมา จึงมีนโยบายให้ความช่วยเหลือเกษตรกรโดยร่วมกับธ.ก.ส.ตามโครงการสินเชื่อ 1 ตำบล 1 SME เกษตร โดยมีวงเงินสินเชื่อ 72,000 ล้านบาท
"สวนละไม เป็นอีกตัวอย่างความสำเร็จของโครงการสินเชื่อ1 ตำบล1 SME เกษตร ที่ บสย.ค้ำประกันสินเชื่อ ซึ่งช่วยหล่อเลี้ยงเกษตรกรและเครือข่ายเกษตรกรอีกกว่า 50 ราย โดยเงินสินเชื่อนี้จะนำไปซื้อผลไม้จากเกษตรกรเครือข่าย ภายใต้รูปแบบของการบริหารจัดการซัพพลายเชนเกษตรก่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ให้แก่เกษตรกร" กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. และว่า โครงการ1 ตำบล 1SME เกษตร มีแนวโน้มดี โดยมียอดค้ำประกันสินเชื่อในระหว่างเดือน กุมภาพันธ์ -พฤษภาคม สูงถึง 1,400 ล้านบาท และสามารถช่วยเกษตรกรได้กว่า 300 ราย
ขณะที่ไพโรจน์กล่าวว่า การเข้ามาของ บสย.กับธ.ก.ส. สำหรับเขาแล้วถือว่า "เป็นเรื่องมหัศจรรย์" เพราะสามารถต่อยอดธุรกิจที่เขาวางแผนเปลี่ยนโฉมจาก"สวนผลไม้" เป็น "ธุรกิจท่องเที่ยวเชิงเกษตร"
ไพโรจน์เล่าวว่า เดิมเขาก็ทำสวนเช่นเดียวกับเกษตรกรในพื้นที่ นั่นคือปลูกมันสำปะหลังและอ้อย จนเมื่อโรงงานน้ำตาลย้ายออกจากพื้นที่ ก็เปลี่ยนเป็นปลูกปาล์มและยาวพารา แต่เมื่อมองอนาคตแล้วก็ดูไม่ยั่งยืน เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนเป็นมาปลูกผลไม้ และคิดการณ์ไกลที่จะให้เป็นที่คนเข้ามาเพื่อชิมและเที่ยวในสวนผลไม้
ปัญหาตอนจัดำเนินการก็คือ"เงินทุน" ซึ่งไพโรจน์เรียกว่า"เป็นเรื่องมหัศจรรย์" เมื่อมีโครงการสินเชื่อ 1 ตำบล 1 SME เกษตร "สวนละไม" จึงได้เงินกู้จำนวน 5 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้เสริมสภาพคล่องในระบบซัปพลายเชน ที่รับซื้อผลไม้จากเครือข่ายเกษตรกร เจ้าของสวนในพื้นที่จังหวัดระยองกว่า 50 ราย โดยเน้นคุณภาพในราคาสูง เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรเน้นปลูกผลไม้ในคุณภาพดี
เจ้าของ"สวนละไม"เล่าว่า ตอนเริ่มธุรกิจนี้เมื่อปี 2557 ปรกฎว่าแทบจะไม่มีลูกค้า เนื่องจากยังเป็น"ของใหม่" แต่เมื่อถึงปี 2558 ก็ดีขึ้น โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดือนละ 5 หมื่นคนปรากฎว่ามาเป็นแสน เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นที่มี"โซเชีลยมีเดีย"เข้ามา และการเดินทางมาชิมของนักท่องเที่ยวก็เลยมีการชิม แชะ โชว์ จนบอกต่อกันปากต่อปาก กลายเป็นการช่วยโฆษณา แต่ยอมรับว่ามีข้อเสียอยู่บ้าง เช่น บางคนมาเที่ยวก็ยังบอกราคาค่าเช้ามาชมและชิมในราค่าเดิม ขณะที่เวบไซต์บอกราคาใหม่แล้ว
"เราขึ้นราคาเพราะทุเรียนราคาสูง" ไพโรจน์ยอมรับ
สำหรับแผนการต่อจาหนี้ไป "สวนละไม" ซึ่งมีพื้นที่มากถึง 500 ไร่ ได้เตรียมแผนทำ"โฮมสเตย์" โดยไพโรจน์ ซึ่งอีกสถานะเป็น"กำนัน" ได้เริ่มพูดคุยกึง"ความพร้อม"ขอวคนในชุมขนว่าบ้านหลังไหนพร้อมที่จะดำเนินการธุรกิจ"โฮมสเตย์"ร่วมกับ"สวนละไม" เพื่อสร้างความยั่งยืนเสริมรายได้จากการปลูกพืชผลไม้
ถึงวันนี้ ธุรกิจ"บุฟเฟต์ผลไม้" ของ"สวนละไม" ถือเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างสูง แต่ความสำเร็จที่มากกว่านั้นก็คือ นี่เป็นตัวอย่างการปรับตัวของเกษตรกรไทยจากการปลูกพืชมาเป็น สู่ SMEs เกษตรที่ยั่งยืน โดยมีหน่วยงานรัฐอย่าง บสย.และ ธ.ก.ส. เป็นพี่เลี้ยงที่ดี