นายประดับ โพธิกาญจนวัตร ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด(พศจ.) กาญจนบุรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมาได้รับหนังสือจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร(ส.ป.ก.) จ.กาญจนบุรีแจ้งว่าให้พศจ.กาญจนบุรีตรวจสอบที่ดินของวัดป่าหลวงตาบัวญาณสัมปันโนจำนวนที่ดิน 391 ไร่ 1 งาน 21 ตารางวาว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์เพื่อการพระพุทธศาสนาหรือไม่ และปัจจุบันพศจ.กาญจนบุรียังประสงค์จะใช้พื้นที่ดังกล่าวเพื่อกิจการพระพุทธศาสนาต่อไปหรือไม่ หรือหากพศจ.กาญจนบุรีมีขั้นตอนหรือกระบวนการใดในการตรวจสอบเกี่ยวกับการยกเลิกการสร้างวัดจำนวนเต็มเนื้อที่หรือบางส่วนของให้แจ้งต่อส.ป.ก.จังหวัดกาญจนบุรีภายใน 15 วัน
ทั้งนี้ ตนจึงได้มีหนังสือแจ้งกลับเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมาไปยังส.ป.ก.จังหวัดกาญจนบุรีทันทีว่า จำเป็นต้องให้วัดป่าหลวงตาบัวฯเป็นวัดต่อไปเพราะหลังจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้ย้ายเสือโคร่งของกลางออกไปแล้ว พศจ.กาญจนบุรีได้เข้าไปตรวจสอบที่วัดป่าหลวงตาบัวฯพบว่าภายในวัดมีพื้นที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาทั้งในเขตพุทธาวาสซึ่งได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาไว้และมีโบสถ์เรียบร้อยแล้ว และเขตสังฆาวาสซึ่งมีพระภิกษุพำนักอยู่ 15 รูปและสามณร 1 รูป มีกุฏิสงฆ์กระจายอยู่ในพื้นที่ 30 หลัง ดังนั้น พศจ.กาญจนบุรี จึงมีความประสงค์ให้เป็นวัดต่อไปและสถานที่แห่งเป็นสัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนาไปแล้ว
นายประดับ กล่าวด้วยว่า ได้ให้ฝ่ายนิติกรของพศจ.กาญจนบุรีประสานกับส.ป.ก.กาญจนบุรีเพื่อนัดหารือ 3 ฝ่ายทั้งส.ป.ก.จังหวัดกาญจนบุรี พศจ.และฝ่ายคณะสงฆ์จ.กาญจนบุรี ในการร่วมกันตรวจสอบและกำหนดเขตพื้นที่ที่เป็นวัดป่าหลวงตาบัวว่าอยู่ตรงไหนและจะดำเนินการอย่างไรเพื่อแยกแยะพื้นที่ให้ชัดเจนว่าพื้นที่ส่วนใดเป็นเขตวัดที่ส.ป.ก.อนุญาตให้ใช้พื้นที่กว่า 391 ไร่ และพื้นที่ส่วนใดบ้างที่อยู่ในส่วนซึ่งเกินกว่าที่ส.ป.ก.อนุญาตให้ใช้ เนื่องจากพื้นที่วัดและโดยรอบมีกว่า 1,000 ไร่ รวมทั้งหารือถึงแนวทางปรับปรุงให้เป็นวัดโดยสมบูรณ์
ทั้งนี้ วัดป่าหลวงตาบัวฯได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาวันที่ 14 ส.ค.พ.ศ.2551 ตั้งเป็นวัดถูกต้องเมื่อ วันที่ 12 ธ.ค. พ.ศ.2548 เนื้อที่วัดซึ่งส.ป.ก.จังหวัดกาญจนบุรีอนุญาตให้ใช้พื้นที่เมื่อวันที่ 8 ส.ค. พ.ศ.2546 จำนวน 391 ไร่ 1 งาน 21 ตารางวา