"PRIMETIME กับ เทพชัย" จับตา! 7 วันปิดเกม "ธัมมชโย"

7 วันจากนี้ไป ก่อนจะถึงวันนัดหารือ 3 ฝ่ายอีกครั้งในวันที่ 14 มิถุนายน ดีเอสไอ จะปิดเกมจับกุมพระธัมมชโยอย่างไร วัดพระธรรมกายจะเดินเกมยื้อต่อไปหรือไม่ ...เกมนี้จะจบอย่างไร ติดตามได้จาก PRIMETIME
ข่าว
ดังนั้น นับจากวันนี้ไปอีก 7 วัน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เป็นที่ชัดเจนว่า ฝ่ายวัดพระธรรมกายได้พยายามสร้างเงื่อนไขเพื่อให้การส่งมอบตัวพระธัมมชโย ยืดเยื้อออกไป เช่น การขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนบางคน โดยอ้างว่า ไม่ไว้วางใจการปฏิบัติหน้าที่ หรือแม้แต่เรื่องการขอให้แพทย์จากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เท่านั้นที่จะเข้าตรวจอาการพระธัมมชโย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงื่อนไขการขอให้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนนั้น ทางวัดพระธรรมกายก็ทราบดีว่า คงเป็นไปไม่ได้ เพราะทีมพนักงานสอบสวน ล้วนแต่เป็นบุคคลที่ผ่านการทำคดีวัดพระธรรมกายมาตั้งแต่ช่วงปี 2540 ครั้งยังเป็นพนักงานสอบสวนกองปราบปราม กระทั่งโอนย้ายมาสังกัดดีเอสไอ ดังนั้นจะมีแบ็กกราวด์ในเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องเปลี่ยนตัวใคร
แต่ในช่วง 7 วันจากนี้ ซึ่งถือเป็น 7 วันสุดท้ายที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ขีดเส้นไว้ ดังนั้น ทางออกของดีเอสไอคือ การเร่งสรุปสำนวนคดี เพื่อส่งให้อัยการสั่งฟ้องคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 141 ที่เปิดทางให้พนักงานสอบสวนทำความเห็นสั่งฟ้องได้ แม้ว่าจะจับตัวผู้กระทำผิดไม่ได้ก็ตาม
โดยประเด็นนี้ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด สมนึก เสียงก้อง บอกกับไพร์มไทม์ ว่า หลักของการส่งสำนวนการสอบสวนให้อัยการนั้นมีอยู่ว่า หากพนักงานสอบสวนมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาแล้ว ประการแรก พนักงานสอบสวนจะส่งสำนวนมาให้
อัยการ โดยที่ไม่มีผู้ต้องหามาด้วยก็ได้ หรือให้ประกันตัวผู้ต้องไปก่อนหน้านั้นก็ได้เช่นกัน หรือกรณีสั่งฟ้องผู้ต้องหา แต่ผู้ต้องหาถูกขังอยู่ ก็สามารถส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาได้ เพราะผู้ต้องหาอยู่ในความควบคุมของศาลแล้ว
อีกกรณีหนึ่งก็คือ พนักงานสอบสวนมีคำสั่งฟ้อง และส่งสำนวนให้อัยการ แต่ยังไม่มีตัวผู้ต้องหา แต่ได้ออกหมายจับแล้ว ก็ส่งสำนวนให้อัยการได้ ถ้าหากอัยการเห็นพ้องกับพนักงานสอบสวน ก็จะมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนไปแจ้งความพร้อมกับสอบสวนผู้ต้องหา และนำตัวผู้ต้องหามาให้อัยการเพื่อส่งฟ้อง
ขณะที่ฝ่ายวัดพระธรรมกาย ในช่วงเวลา 7 วันนี้นอกจากจะหารือเคร่งเครียด เพื่อหาทางออกไม่ให้พระธัมมชโย ต้องไปมอบตัวแล้ว บรรดาลูกศิษยานุศิษยก็ยังคงเดินหน้าตระเวนฟ้องร้องเอาผิดกับผู้กล่าวให้ร้ายพระธัมมชโย โดยในวันนี้ กลุ่มมีนบุรีรวมใจ รักพระพุทธศาสนา ได้เข้าแจ้งความที่ สน.มีนบุรี กล่าวโทษนายโรจน์ งามแม้น หรือเปลวสีเงิน ในข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) พร้อมกับที่ จ.ลำพูน ชมรมลำพูนสีขาว" ก็ได้แจ้งความกล่าวโทษนายโรจน์ งามแม้น ในข้อหาเดียวกัน ที่ สภ.เมืองลำพูน ด้วย
น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับช่วง 7 วันจากนี้ ฝ่ายไหนจะเดินเกมอย่างไร แต่ที่แน่ๆ การประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ วันที่ 10 มิถุนายนนี้ กรณีบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติของวัดพระธรรมกาย ในพื้นที่เกาะยาวน้อย จ.พังงา ยังรอให้ดีเอสไอ เร่งเข้าตรวจสอบ