ผวจ.กรุงเก่า! เรียกหน่วยงานแจง หลังปล่อย "ดริฟท์รถรอบเจดีย์"

จากกรณีที่มีกองถ่ายทำภาพยนตร์ได้ทำการปิดถนนเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์บริเวณวงเวียนเจดีย์สามปลื้ม หรือเจดีย์นักเลง เมื่อวันเสารที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ผ่านโซเชียลมากมาย
ข่าว
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พ.ต.ท.บัณทัตณ์ เศวตทัตณ์ รองผกก.จร.สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับทราบว่า การถ่ายทำมีการประสานงานโดย น.ส.กาญจน มุรธาธัญลักษณ์ ในฐานะผู้ประสานงานการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ของบริษัท Squarebox Cinetech Central Office อินโดนีเซีย ในการขออนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาบุหรี่ ยี่ห้อ Gudang Garam International เรื่อง GGI ระหว่างวันที่ 4-6 มิ.ย.2559 โดยสถานที่ถ่ายทำที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา และสมุทรสาคร
โดยมีการขออนุญาตผ่านทางกองกิจการภาพยนตร์และวีดีทัศน์ต่างประเทศ กรมการท่องเที่ยว ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดีทัศน์ต่างประเทศ มีมติให้พิจารณาอนุญาตให้สร้างภาพยนตร์ต่างประเทศประเภทภาพยนตร์โฆษณา เรื่อง GGI ในราชอาณาจักรได้ ตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดีทัศน์ พ.ศ. 2551มีกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรสาคร เป็นผู้กำกับดูแลการถ่ายทำ
ทั้งนี้ ในระหว่างการถ่ายทำให้ถือปฎิบัติตามมาตรา 21 23 และ 24 แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดีทัศน์ พ.ศ.2551 และกฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยทางผู้ประสานงานได้รับหนังสือแจ้งจาก น.ส.วรธีรา สุวรรณศร ผู้อำนวยการกองกิจการภาพยนตร์และวีดีทัศน์ต่างประเทศ ทำการแทนอธิบดีกรมการท่องเที่ยว ซึ่งในหนังสือแจ้งยังระบุเน้นว่า ให้มีการระมัดระวังการถ่ายทำบริเวณเจดีย์สามปลื้ม เนื่องจากเป็นโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนแล้ว ซึ่งหากกระทบกระเทือนทำให้เกิดความเสียหาย คณะถ่ายทำจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีการระบุถึงการถ่ายทำทางอากาศก็จะต้องมีการขออนุญาตถ่ายทำให้ถูกต้อง
ขณะเดียวกันทางตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา ยังแสดงเอกสารขออนุญาตของน.ส.เนรัญญาพร รอดหลัก เจ้าหน้าที่ประสานงานฝ่ายจัดหาสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ดังกล่าว เป็นตัวแทนให้กับบริษัท ซีดีเอ็มพลัส ตั้งอยู่ 61/34 หมู่ 5 ซอยประเสริฐมนูกิจ 27 ถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงจระเข้บัว เขตลาดพร้าว กทม. ซึ่งเห็นว่าสถานที่ดังกล่าวสวยงามและเหมาะสมกับภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าว จึงขออนุญาตในการถ่ายทำ โดยมีทีมงาน 80 คน รถอุปกรณ์และรถทีมงานจำเป็นในการถ่ายทำ 20-30 คัน ในระหว่างเที่ยงคนของวันอาทิตย์ที่ 5 มิ.ย.59 ถึงเช้าวันจันทร์ที่ 6 มิ.ย.เวลา 05.00 น. ซึ่งทางอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
โดยน.ส.เสริมสุข ประกฤติภูมิ นักโบราณคดีชำนาญการ รักษาการแทนผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้มีความเห็นชอบอนุญาตตามระเบียบ โดยมีความเห็นในการถ่ายทำรอบเจดีย์และไม่เข้าไปถ่ายทำในบริเวณเจดีย์ และให้ทีมงานประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางทีมงานยังได้ประสานไปยังเทศบาลเมืองอโยธยา
นายวุฒิชัย ด่านชัยวิโรจน์ รองนายกเทศมนตรีเมืองอโยธยา ทำการแทนนายกเทศมนตรี ได้มีหนังสืออนุญาตให้สามารถถ่ายทำได้ โดยไม่ไปทำลายหรือเกี่ยวข้องกับเจดีย์และต้นไม้ ซึ่งทางแขวงการทางอยุธยาในการปิดถนนช่วงเวลาดังกล่าว รอบละ 5 นาทีและปิดไฟถนนเวลากลางคืนด้วย
หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อโซเชียล นายประยูร รัตนเสนีย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ออกมาเปิดเผยว่า ในวันนี้ (6 มิ.ย.) จะเรียกหน่วยงานที่อนุญาตให้บริษัทชาวต่างประเทศมาถ่ายทำโฆษณาเข้ามาชี้แจง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มาหารือเพื่อหาทางออกร่วมกัน ซึ่งคงต่อไปต้องวางกรอบการทำงานเสียใหม่ ว่ากรณีมีการขอถ่ายทำภาพยนตร์หรือโฆษณา ในเขตพื้นที่โบราณสถานหรือจุดสำคัญของจังหวัด ควรต้องผ่านการพิจารณาในรูปแบบของคณะกรรมการร่วมหรือไม่