พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวว่า กรณีหญิงสาว 2 คน ที่ฝ่ายผู้เสียหายอ้างว่ามีการยั่วยุส่งเสริมให้เกิดการก่อเหตุ หลังจากนี้ตำรวจจะต้องเรียกมาสอบปากคำอย่างละเอียด ว่ามีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวอ้างจริงหรือไม่ หากพบว่าผิดจริง ก็จะมีความผิดเทียบเท่าตัวการร่วมซึ่งจะต้องรับโทษเทียบเท่าตัวการ คือรับโทษเต็ม ส่วนการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ข่มขู่ทนายฝ่ายผู้เสียหายก็ต้องตรวจสอบที่มาที่ไปของข้อความเช่นกัน คดีที่เกิดขึ้นจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่ายและดำเนินคดีไปตามพยานหลักฐานตามปรากฏ
"เรื่องที่เกิดขึ้นจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กจริงหรือไม่ ซึ่งก็จะต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องตรวจสอบที่มาที่ไปอย่างละเอียดและรอบคอบ และจะต้องเรียกหญิงสาวที่ฝ่ายผู้เสียหายอ้างว่าเป็นคนยั่วยุให้มีการก่อเหตุอย่างอุจอาจมาสอบสวน ขอให้ทั้งสองฝ่ายมั่นใจผมจะให้ความเป็นธรรมแน่นอน ผิดต้องว่าไปตามผิด" พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าว
ล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวว่า กรณีดังกล่าวตนจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากมีการข่มขู่ ไม่ว่าจะทางใดก็ถือว่าเป็นการกระทำความผิด อีกทั้งมีเฟซบุ๊กที่มีการข่มขู่ทนายความ ก็จะต้องนำตัวเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวเข้าให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้แจ้งเพียงข้อหาพยายามฆ่า แต่หากพบหลักฐานว่า มีการเตรียมการก็จะแจ้งข้อหาเจตนาฆ่า และไตร่ตรองไว้ก่อนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย "อยากให้มั่นใจว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีความเอนเอียงไปทางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ตนมีความเห็นใจต่อครอบครัวผู้ตายอย่างมาก " พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าว