เมื่อวันที่ 2 พ.ค. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้อาจเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอเพิ่มเงินเดือนครูโรงเรียนเอกชน 4% สืบเนื่องจากที่รัฐบาลได้ปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการ 4% ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2557 ดังนั้น ตนจึงได้หารือร่วมกับสำนักงานปลัด ศธ. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักงบประมาณแล้ว เห็นชอบให้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2550 ที่ให้ปรับอัตราเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนในส่วนของเงินสมทบเป็นเงินเดือน ครูในอัตราเดียวกันทุกครั้งที่มีการปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการ ดังนั้น โรงเรียนที่ได้รับเงินอุดหนุนตามโครงการเรียนฟรี เรียนดี 15 ปีอย่างมีคุณภาพอยู่แล้ว จะได้ปรับเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนอีก 4% เท่ากับอัตราเพิ่มเงินเดือนข้าราชการตั้งแต่เดือนธ.ค.2557
สำหรับตัวเลขเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนที่จะปรับเพิ่ม ดังนี้ ระดับอนุบาลและประถมศึกษา เพิ่ม 264 บาทต่อคนต่อปี มัธยมศึกษาและประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) เพิ่ม 330 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งครอบคลุมนักเรียนเอกชนสังกัด สช.และ สอศ. 2,279,076 คน โดยใช้งบประมาณปีละ 646.8 ล้านบาท โดยจะตั้งงบประมาณตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 เป็นต้นไป ส่วนที่ย้อนหลังระหว่างเดือนธันวาคม 2557 กันยายน 2559 จำนวน 1,186 ล้านบาทนั้น มอบให้ สช. และ สอศ.ปรับแผนการใช้จ่ายงบประมาณปี 2559 และเสนอของบกลางไปยังสำนักงบประมาณเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
การเพิ่มเงินอุดหนุนดังกล่าว เป็นการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน ไม่ใช่เพื่อการจ่ายเงินเดือนเพิ่มให้ครู เนื่องจากหน้าที่การจ่ายเงินเดือนครูเป็นหน้าที่ของโรงเรียนเอกชน เมื่อโรงเรียนได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนก็จะนำไปปรับเงินเดือนครูเอง ซึ่งในทางปฏิบัติต้องยืดหยุ่นตามสภาพการดำเนินงานของแต่ละโรงเรียนด้วย เช่น บางโรงเรียนมีนักเรียนไม่มาก เงินอุดหนุนที่ได้เพิ่มอาจเพิ่มเงินเดือนให้ครูได้ไม่ถึง 4% โดยที่ผ่านมาบางโรงเรียนก็ได้ปรับเพิ่มเงินเดือนให้ครูไปตามช่วงเวลาปกติอยู่แล้ว ดังนั้นโรงเรียนอาจนำเงินอุดหนุนส่วนนี้ไปใช้พัฒนาคุณภาพด้านอื่นแทนก็ได้ แต่สิ่งสำคัญคือตามระเบียบว่าด้วยการอุดหนุนกำหนดให้ครูจะต้องได้รับเงิน เดือนไม่ต่ำกว่าวุฒิที่ทางราชการกำหนด ทั้งนี้ ข้อมูสล่าสุด ณ ปี 2558 ทั้งสายสามัญและอาชีวศึกษามาทั้งสิ้น 171,620คนรมว.ศึกษาธิการ กล่าว
พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องสนับสนุนค่า ใช้จ่ายที่เพียงพอต่อการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพให้แก่นักเรียน ทั้งของรัฐและเอกชน เพราะการที่โรงเรียนเอกชนเข้ามาร่วมจัดการศึกษาเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของ รัฐบาล ดังนั้นทุกรัฐบาลที่ผ่านมาจึงได้ให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายแก่โรงเรียนเอกชน มาโดยตลอด โดยก่อนการปรับเงินอุดหนุนครั้งนี้ รัฐได้ให้การอุดหนุนค่าใช้จ่ายตามโครงการเรียนฟรี 15 ปีสำหรับโรงเรียนเอกชนอยู่แล้วปีละประมาณ 26,000ล้านบาท