โดยโครงการดังกล่าวถือเป็นนวัตกรรมประยุกต์โดยนำเทคโนโลยีกล้องสปอร์ตมาติดตั้งบนหมวกนิรภัยให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายงานป้องกันและปราบปราม และเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร และเมื่อประสบเหตุสามารถส่งภาพ ตำหนิ รูปพรรณคนร้ายผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์เพื่อประโยชน์ในการสกัดจับคนร้ายได้ในทันท่วงที รวมทั้งยังใช้เป็นการปฏิบัติการทางเชิงจิตวิทยาและใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดี
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า บช.น.ได้วางนโยบายในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยเน้นการป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก ทั้งในมิติของอัตราการเกิดเหตุและระดับของความรุนแรงการเกิดเหตุ เพื่อให้ประชาชนรู้สึกพึงพอใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และลดความหวาดระแวงภัยอาชญากรรมลงได้ สามารถตอบวิสัยทัศน์ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ และตำรวจจะเป็นหลักประกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่มีมาตรฐานสากล ภายใต้แนวคิดที่ว่า รุก รบ จบเร็ว จะทำให้พื้นที่กรุงเทพฯเป็นพื้นที่ปลอดภัย เชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะช่วยลดอาชญากรรม ขอขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมช่วยให้กรุงเทพฯน่าอยู่และเชิญชวนนักท่องเที่ยว และนักลงทุน เข้ามาประเทศไทย