( 27 เม.ย.59 ) หลังที่ทาง จ.ชัยภูมิ จะเริ่มเปิดดำเนินการปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าต้นน้ำ จ.ชัยภูมิ ในโซนเขตอุทยานแห่งชาติไทรทอง อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ที่จะมีการเข้าไปดำเนินการตามมาตรการแจ้งเตือนติดประกาศจังหวัดเพื่อให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ออกจากพื้นที่ในเขตรอยต่อ 2 ตำบลในต.ห้วยแย้ และต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว ภายในไม่เกินวันที่ 30 เม.ย.59 นี้
ซึ่งส่วนหนึ่งจะมีชาวบ้านที่อ้างตัวว่าเคยอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าดังกล่าวมาก่อนมายาวนานหลายชั่วคน และมีการเข้ามาปักหลักอยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ดั่งเดิมชนเผ่าคนรู ที่เคยเข้ามาอาศัยอยู่ตามโขดหินในพื้นที่ก่อนตั้งเป็นเขตอุทยานแห่งชาติไทรทองในปัจจุบัน หรือชุมชนชาวบ้านหินรู ต.ห้วยแย้ และต.วังตะเฆ่ ที่จะต้องได้รับผลกระทบถูกไล่ออกจากที่ดินทำกินมาดั่งเดิมที่เคยพากันออกมาเรียกร้องที่ทำกินให้กับตัวเองยาวนานตั้งแต่ปี 2511 มากกว่า 7 ชุมชน มากกว่า 800 ครอบครัว
โดยนายไพโรจน์ วงษ์งาน วัย 31 ปี ชาวบ้านปากดง ต.วังตะเฆ่ คนหนุ่มในหมู่บ้านที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนชาวบ้านที่เดือดร้อนในพื้นที่ หลังมีคำสั่งจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ และทางจังหวัด เพื่อที่จะเข้ามายึดพื้นที่ชาวบ้านส่วนนี้ไปพร้อมกับพื้นที่ที่มีกลุ่มนายทุนเข้ามาบุกรุกขยายพื้นที่ใกล้เคียงเป็นวงกว้างเพิ่มเติมในพื้นที่อีกนับหมื่นไร่ในปัจจุบัน ที่เขาเอง กล่าวว่า ในส่วนที่ทางฝ่ายราชการจะเข้ามาดำเนินการทวงคืนผืนป่าในเขตที่มีการบุกรุกเข้ามาเพิ่มเติมในจุดนี้ในปัจจุบัน ที่มีกลุ่มนายทุนเข้ามาจำนวนมากก็ว่ากันไป
แต่ในส่วนของชุมชนชาวบ้านหินรู ที่เราทราบกันดี ว่าชาวบ้านที่นี่ก็เคยเรียกร้องสิทธิที่ทำกินที่นี่ที่เคยอยู่มายาวนานเช่นกันไปยังหลายรัฐบาลที่ผ่านมาและปัจจุบันมาตรการทวงคืนผืนป่าในจุดนี้ก็ควรที่จะให้ความเป็นธรรมกับคนที่ได้รับผลกระทบจริงๆที่หากออกไปจะไปอยู่ที่ไหน วิถีชีวิตชุมชนคนที่เคยอยู่เคยทำกินที่นี่จะอยู่อย่างไร ไม่เหมือนกับคนที่มีที่ทางอยู่ภายนอกไล่ออกเขาก็ยังมีที่อยู่
ซึ่งเรื่องนี้ในวันที่ 30 เม.ย.59 นี้ หากภาครับจะเข้ามาดำเนินการตามกฎหมายชาวบ้านก็คงไม่มีอะไรจะไปต่อสู้ได้ และชาวชุมชนหินรูทุกคนที่นี่ก็พร้อมที่จะยอมตายอยู่ที่นี่ และอยากให้ทางจังหวัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นใจชาวบ้านและเด็กๆตาดำๆที่เคยเกิดอยู่ที่นี่บ้างอีกนับร้อยชีวิต เมื่อไล่พ่อแม่เขาออกไปและเด็กๆจะไปอยู่อย่างไรจะไปอยู่ไหน เมื่อไม่มีที่ทำกิน และอยากให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านทุกคนที่เคยอยู่ที่นี่ด้วยและหากปล่อยไว้จนถึงวันที่ 30 เม.ย.59 นี้ ทุกคนไม่มีใครไปจากที่นี่และไม่อยากให้เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นที่ต้องเอาชีวิตชาวบ้านมาแลกในครั้งนี้ด้วย และทุกคนพร้อมที่จะถูกจับกุมดำเนินคดีเพราะไม่มีที่จะไปไหนได้อีกแล้ว จึงอยากให้หน่วยงานทางจังหวัดเข้ามาเร่งแก้ปัญหาจุดนี้ก่อนที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 30 เม.ย.นี้เป็นการด่วนด้วย
ขณะที่ด.ญ.อริศรา นาคสุรินทร์ วัย 13 ปี และด.ช.สหรัฐ จรินรัมย์ วัย 11 ปี ที่เป็นเด็กที่เกิดในชุมชนแห่งนี้ และมาจนปัจจุบันได้ไปเรียนอยู่ในโรงเรียนสำนักตุมกา ต.ห้วยแย้ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูม ที่ตั้งอยู่ใกล้หมู่บ้านหินรู หมู่ 5 มากที่สุด กล่าวว่า ถ้ามาไล่พ่อแม่หนูไปแล้วพวกหนูจะไปอยู่ไหน จะได้กินได้เรียนที่ไหน เมื่อไม่มีที่อยู่ จึงอยากฝากวิงวอนผู้ใหญ่ในบ้านเมืองให้ความเป็นธรรมต่อครอบครัวในการที่จะเข้ามาดำเนินการจับกุมไล่ออกจากที่ดินทำกินในครั้งนี้ในไม่เกินวันที่ 30 เม.ย.นี้ด้วย
ขณะที่ด้านนายชูศักดิ์ ตรีสาร ผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ พร้อมด้วยพ.อ.ยงยุทธ์สอนไม้ รองผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจ.ชัยภูมิ และว่าที่ร้อยตรีพีรพลมั่นจิตต์ ผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจ.ชัยภูมิ ได้มีการเรียกประชุมหารือด่วนเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาต่อกรณีที่ชาวบ้านหินรูที่จะเกิดขึ้นในเบื้องต้นแล้วในวันเดียวกัน
และล่าสุดพ.อ.ยงยุทธ์ สอนไม้ รองผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจ.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า กรณีที่ในวันที่ 30 เม.ย.59 นี้ ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นดีเดย์แผนปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าในเขตอุทยานแห่งชาติไทรทอง อ.หนองบัวระเหว นั้น ในส่วนของกลุ่มชาวบ้านบางส่วนที่ได้รับผลกระทบนั้น ทางจังหวัดมีแผนปฏิบัติการแยกน้ำออกจากปลาอยู่แล้ว ซึ่งเดิมปัญหาในจุดนี้มีขบวนการกลุ่มนายทุนเข้ามาแสวงหาประโยชน์จากชาวบ้านที่ถือว่าเป็นการซ้ำเติมชาวบ้านที่เดือดร้อนไม่มีที่ทำกินอยู่แล้ว ทั้งโดยวิธีการใช้ชาวบ้านที่เดือดร้อนเป็นโล่มนุษย์เพื่อไม่ให้จังหวัดเข้าไปดำเนินการได้ ที่ก็ต้องมีมาตรการลงไปทำความเข้าใจกับชาวบ้านเพิ่มเติมอยู่แล้วไม่ใช้จะเข้าไปดำเนินการจับกุมทันที และอยากให้ชาวบ้านพูดความจริงด้วยเพราะที่ผ่านมามีการประชุมพูดคุยกันมาตลอดว่าพร้อมที่จะออกจากพื้นที่ และพร้อมรับการจัดสรรที่ดินที่อื่นให้ เพื่อช่วยกันรักษาป่าต้นน้ำในจุดนี้กลับคืนมา
และบางส่วนชาวบ้านเองก็มีการไปขายที่ดินทำกินให้กับกลุ่มนายทุนไปแล้วจำนวนมากด้วยเช่นกันที่ก็มีการเข้ามาบุกรุกขยายพื้นที่ป่าเพิ่มเติมมากขึ้นมาต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมาเช่นกัน โดยมีชาวบ้านผู้เดือดร้อนออกมาเรียกร้องแทนให้ ที่ทางจังหวัดจะมีการตั้งกรรมการเข้าไปตรวจสอบร่วมกับชาวบ้านในส่วนนี้อีกครั้งภายในวันที่ 28 เม.ย.นี้ ก่อนที่จะถึงวันที่จะเริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังใน 30 เม.ย.นี้ และต้องเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วย เพราะไม่เช่นนั้นปัญหาลักษณะนี้อาจจะถูกนำไปเป็นกระแสโจมตีต่อการดำเนินการปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าในทั่วประเทศตามมาอีกได้ หากทุกคนไม่เข้าใจและต้องยอมพูดความจริงต่อกันและภาครัฐบาลในปัจจุบันก็พร้อมช่วยเหลือเยี่ยวยาคนที่เดือดร้อนจริงๆให้อยู่แล้ว
และในส่วนชาวบ้านเองที่มีข้อมูลอยู่แล้วว่ามีนายทุนเป็นใคร ใครอยู่เบื้องหลังบ้างก็ควรแจ้งกับทางการได้ เลยในขณะนี้ ไม่ใช่ปล่อยให้ตนเองตกมาเป็นเครื่องมือเป็นโล่มนุษย์ให้กับกลุ่มนายทุนเหล่านี้มาแอบแฝงหาผลประโยชน์บนผืนป่าของชาติที่วันนี้ถูกทำลายหนักในลักษณะนี้ที่ใช้เป็นจุดต่อรองให้กับกลุ่มนายทุนที่อยู่เบื้องหลังมาตลอด เหมือนอย่างที่ว่าปล่อยผ่านมาอีกหลายรัฐบาลต่อไปได้อีกเลยด้วยเช่นกัน และขอให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนมาคุยกับทางจังหวัดก็พร้อมรับฟังปัญหาร่วมกันมาตตลอดอยู่แล้วเช่นกันด้วย