เนชั่นทีวี

ข่าว

"นักโทษ" เรือนจำยะลาก่อจราจล หลังเจ้าหน้าที่คุมสถานการณ์ได้แล้ว

15 เม.ย. 2559 |

"นักโทษ" เรือนจำยะลาก่อจราจล  หลังเจ้าหน้าที่คุมสถานการณ์ได้แล้ว

นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีผู้ต้องขังในเรือนจำจ.ยะลา ก่อเหตุวุ่นวายภายในเรือนจำเช้าวันนี้ว่า ตนได้รับรายงานจากพื้นที่แล้วซึ่งเป็นการก่อเหตุทะเลาวิวาทของผู้ต้องขัง 2 กลุ่ม คือ ผู้ต้องขังกลุ่มจังหวัดตรัง กับ ผู้ต้องขังในพื้นที่จังหวัดยะลา กลุ่มละ 10 กว่าคน เมื่อช่วงเวลา 10.30 น. โดยเหตุทะเลาะวิวาทของ 2 กลุ่มนั้น ปรากฏว่ามีผู้ต้องขัง จ.ตรัง 1 คน ใช้เหล็กแหลม ดัดแปลงเป็นอาวุธ แทงด้านหลังผู้ต้องขัง จ.ยะลา ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลภายนอกเรือนจำแล้ว ขณะที่เหตุทะเลาะวิวาทได้สงบลงแล้วเมื่อช่วงเวลา 12.00 น.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ก็ได้เข้ามาตรวจสอบเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีอาญากับผู้ต้องขัง จ.ตรังที่ก่อเหตุแทงผู้ต้องขัง จ.ยะลาอีกคนได้รับบาดเจ็บแล้ว



อย่างไรก็ดีส่วนของกลุ่มผู้ต้องขัง จ.ตรัง ก็ต้องถูกสอบสวนทางวินัยผู้ต้องขังด้วย เพื่อดำเนินการลงโทษที่อาจมีการลดชั้นนักโทษลงเป็น ขณะที่เบื้องต้นได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ในพื้นที่ ได้จัดกลุ่มผู้ต้องขัง จ.ตรังที่ก่อเหตุ ย้ายไปที่เรือนจำจังหวัดสงขลาด้วยเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยอีก เพราะเรือนจำยะลามีพื้นที่จำกัด ไม่มีการแบ่งแดน จึงให้ย้ายไปคุมขังที่เรือนจำสงขลาที่พื้นที่มากกว่า ส่วนจะย้ายกี่คนต้องให้พื้นที่พิจารณาตามพฤติการณ์



นายกอบเกียรติ รักษาราชการแทน อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาผู้ต้องขัง ก่อเหตุตีกันในเรือนจำมักจะเกิดจึ้นบ่อยครั้งช่วงวันหยุดเทศกาลยาวๆ ซึ่งได้มีคำสั่งกำชับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ทุกครั้งให้ตรวจสอบเรื่องอาวุธ เรื่องสิ่งของมึนเมาเหล้ายาต่างๆ โดยเหตุล่าสุดที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่การก่อเหตุจลาจลของผู้ต้องขังทั้งหมดที่อยู่ในเรือนจำประมาณ 1,800 คน แต่เป็นเรื่องทะเลาะวิวาทตีกันของกลุ่มกันเอง โดยไม่มีการสะสมหรือใช้อาวุธร้ายแรงที่มีการซื้อขายกัน แต่เป็นการนำเศษวัสดุก่อสร้างมาดัดแปลงใช้เป็นอาวุธ



อย่างไรก็ตามปัญหาการตีกันของผู้ต้องขังเกิดจากความแออัดของพื้นที่ในเรือนจำ ทำให้เกิดปัญหาแย่งกันกิน แย่งกันใช้ ดังนั้นในระยะยาวจะแก้ปัญหาต้องแก้ไขทั้งระบบ ซึ่งปัจจุบันเรือนจำทั่วประเทศมีจำนวนผู้ต้องขังเกินขีดการรองรับ ถึง 3 เท่าอยู่แล้ว ปกติเรือนจำทั่วประเทศสามารถรองรับได้ 120,000 ราย แต่ขณะนี้มีผู้ต้องขังสูงถึง 320,000 ราย สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นั้น เมื่อเกิดเหตุวุ่นวายในเรือนจำ ก็ต้องตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนด้วยว่า ที่ผ่านมาได้มีการตรวจขันอย่างเข้มงวด รอบคอบหรือไม่ ต่อไป

ข่าวล่าสุด