เนชั่นทีวี

ข่าว

ยังไม่ลบภาพ "เด็กสามตาหน้าบึ้ง" รอทำประชาพิจารณ์

13 เม.ย. 2559 | nation_ent

ยังไม่ลบภาพ "เด็กสามตาหน้าบึ้ง" รอทำประชาพิจารณ์

ทน.ภูเก็ตยังไม่ลบภาพเด็กน้อยสามตาหน้าบึ้ง ศิลปะกราฟิตี้บนฝาผนังอาคารธนาคารชาร์เตอร์ รอทำประชาพิจารณ์หลังสงกรานต์ ด้านผู้จัดทำโครงการฯ และนายกเล็กนครภูเก็ตขอโทษที่ทำผิดขั้นตอน ขาดการสื่อสารที่ดี ขณะเดียวกันนายกเล็กนครภูเก็ตยับยั้งการลาออกของ นพ.โกศล โดยตึกดังกล่าวยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากร

เมื่อเวลา 09.30 น.วานนี้ (12 เม.ย.59) ที่ห้องประชุมชั้น 3 เทศบาลนครภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต พร้อมด้วยนายกวี ตันสุคตานนท์ และนายโกศล แตงอุทัย รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต รวมถึงกลุ่ม So Phuket ผู้ดำเนินการโครงการ F.A.T. Phuket (Food Art Old Town) นำโดยนายวีรชัย ปรานวีระไพบูลย์ และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวกรณีภาพศิลปะกราฟิตี้บนฝาผนังอาคารพิพิธภัณฑ์เพรานากันนิทัศน์ (ตึกธนาคารชาร์เตอร์) ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกชาร์เตอร์ ถ.พังงา อ.เมืองภูเก็ต หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ผ่านโลกออนไลน์ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย กับภาพกราฟิตี้ (ภาพพ่นสี) เด็กน้อยสามตาหน้าบึ้ง หรือ มาร์ดี บนผนัง 2 บาน ของตึกธนาคารชาร์เตอร์ ซึ่งเป็นภาพเด็กน้อยสามตาหน้าบึ้ง 2 ตัว ตัวหนึ่งหิ้วเสี่ยหนา(ปิ่นโต) ส่วนอีกตัวติดปิ่นตั้งซึ่งเป็นเข็มกลัดติดหน้าอกที่ชาวภูเก็ตใช้ตกแต่งเสื้อผ้าเวลาออกงานต่างๆกำลังเล่นซ่อนหากันบนฝาผนังตึกธนาคารชาร์ตเตอร์ ถือเป็นภาพแรกของโครงการนี้ เพื่อต้องการบอกเล่าเรื่องราวการคลอดบุตรแบบภูเก็ตและที่บ้านมีลูกชายอายุได้ 1 เดือน โดยจะพากันถือเสี่ยหนา (ปิ่นโต) ที่ภายในมีอิ๋วปึ่งนำไปแจกจ่ายให้กับบ้านญาติๆ โดยภาพดังกล่าวเป็นฝีมือการพ่นสีของศิลปิน Alex Face หรือนายพัชรพล แตงรื่น ศิลปินกราฟฟิตี้ ดำเนินการภายใต้โครงการ F.A.T Phuket (Food Art old Town ) ของกลุ่ม So Phuket ซึ่งมีทั้งหมด 12 ภาพ สะท้อน 12 วิถีคนภูเก็ตที่ผูกพันกับอาหารในเทศกาลและโอกาสต่างๆ เพื่อสนับสนุนการที่องค์การยูเนสโกประกาศให้ภูเก็ตเป็น Creative City of Gastronomy หรือ เมืองสร้างด้านวิทยาการอาหาร

ยังไม่ลบภาพ "เด็กสามตาหน้าบึ้ง" รอทำประชาพิจารณ์



โดยในการแถลงข่าวครั้งนี้นอกจากมีสื่อมวลชนสนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมากแล้ว ยังมีในส่วนของผู้สนใจทั้งกลุ่มชุนย่านเมืองเก่าภูเก็ต กลุ่มศิลปินภูเก็ต และผู้สนใจทั่วไป เข้าร่วมรับฟัง พร้อมร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพดังกล่าว ซึ่งมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วย เนื่องจากมองว่าไม่มีผลต่อโครงสร้างอาคาร และควรมีงานศิลปะเกิดขึ้นในเขตเมืองภูเก็ต ยอมรับอาจมีการสื่อสารที่ผิดพลาด แต่ไม่ควรลบ ด้านฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ยังคงมองว่าไม่สื่อสารถึงความเป็นเมืองภูเก็ต และไม่เหมาะที่จะอยู่บนผนังตึกเก่า

ยังไม่ลบภาพ "เด็กสามตาหน้าบึ้ง" รอทำประชาพิจารณ์

นอกจากนี้ยังได้มีการเสนอแนะว่าในการจัดทำภาพนั้นควรจะบอกรายละเอียดของภาพด้วย เพราะหากไม่ใช่คนภูเก็ตก็จะไม่สามารถเข้าใจได้ แม้ว่าภาพจะสวยแต่ควรจะไปอยู่จุดอื่น รวมถึงฝ่ายที่แสดงความคิดเห็นเป็นกลาง สรุปโดยรวมมองว่า ภูเก็ตเป็นเมืองที่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงไม่วันนี้ก็วันหน้า ซึ่งการที่มีผู้คนกล้าออกมาดำเนินการก็จะเป็นการต่อยอดได้ต่อไป แต่ในการดำเนินการใดๆ ก็ควรที่จะมีการสอบถามความคิดเห็นของภาคส่วนต่างๆ ด้วย รวมถึงกรณีนี้ และควรจะมีการสื่อสารอธิบายทำความเข้าใจกับคนในชุมชนก่อนที่จะมีการดำเนินการใดๆ เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาขึ้นภายหลัง รวมทั้งเรียกร้องให้ นพ.โกศล แตงอุทัย กลับมาตำรงตำแหน่งรองนายกฯ ต่อ ขณะที่บางฝ่ายไม่เห็นด้วยให้มีการประชาพิจารณ์ เพราะมองว่าไม่ได้มีอะไรดีขึ้น และก็ยังคงเห็นต่างกันอยู่ แต่ควรจะปล่อยให้เวลาช่วยอธิบายต่างๆ ซึ่งขณะนี้ก็เริ่มมีความเข้าใจมากขึ้น

ยังไม่ลบภาพ "เด็กสามตาหน้าบึ้ง" รอทำประชาพิจารณ์



หลังจากที่มีการนำเสนอที่มาที่ไปของโครงการ และได้มีการแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ได้สรุปว่า ช่วงหลังวันหยุดสงกรานต์ ประมาณวันที่ 22 เมษายน จะมีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อสรุปแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับภาพวาดดังกล่าวว่าจะมีการลบหรือจะยังคงภาพดังกล่าวไว้ต่อไป

ยังไม่ลบภาพ "เด็กสามตาหน้าบึ้ง" รอทำประชาพิจารณ์



ทั้งนี้นางสาวสมใจ กล่าวถึงที่มาที่ไปของโครงการดังกล่าวว่า ทางคณะผู้บริหารมีความมุ่งมั่นและตั้งใจสร้างนครภูเก็ตให้เป็นนครแห่งการสร้างสรรค์และน่าอยู่อย่างยั่งยืน ด้วยท้องถิ่นมีภารกิจที่ดูแลคนตั้งแต่ก่อนเกิดจนเสียชีวิต รวมไปถึงเศรษฐกิจของเมือง ซึ่งตั้งแต่ปี 2527 เป็นต้นมา ได้มีการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์รายได้ของภูเก็ตซึ่งมาจากแร่ดีบุกเป็นเมืองท่องเที่ยว ทำให้เศรษฐกิจย่านเมืองเก่าในพื้นที่ 210 ไร่ ค่อนข้างซบเซา ด้วยความร่วมมือและตั้งใจของคนในชุมชนปรุงปรับปรุงเพื่อให้เศรษฐกิจของเมืองความเจริญเติบโตเหมือนเดิม ด้วยการใช้ความเป็นตัวตนของคนท้องถิ่น คือ วิถีชีวิต อาคาร การแต่งกาย และอาหารเป็นตัวตั้ง โดยมีการทำงานร่วมกับชุมชนมาโดยตลอด หลังจากที่มีการนำสายสื่อสารลงดิน จนมาถึงในส่วนของธนาคารชาร์เตอร์ซึ่งไม่ได้ใช้งาน และทางธนารักษ์พื้นที่ภูเก็ตได้มอบอาคารดังกล่าวให้เทศบาลนครภูเก็ตดูแล โดยจัดทำหอศิลป์หรือพิพิธภัณฑ์ภูเก็ต มีการขออนุญาตขอใช้มาตั้งแต่ปี 2547 และได้รับอนุญาตในปี 2550 รวมทั้งได้ทำแผนขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากส่วนต่างๆ มาใช้ในการพัฒนา ซึ่งได้มีการวางแผนในการดำเนินการปรับปรุงอาคารจนถึงปัจจุบัน คาดว่าภายในเดือนพฤษภาคมนี้จะแล้วเสร็จ ประจวบเหมาะกับเทศบาลนครภูเก็ต ได้รับการประกาศจากยูเนสโกให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร หรือ Creative City of Gastronomy และทางกลุ่มคนภูเก็ตซึ่งเป็นลูกหลานชาวภูเก็ต ร่วมกับศิลปินสตรีทอาร์ตชั้นนำที่พยายามผลักดันให้ภูเก็ตเป็นเมืองแห่งศิลปะ ได้รวมตัวกันในนาม So Phuket และได้เสนอโครงการจัดทำภาพบนฝาผนังจำนวน 12 ภาพ บน 12 ผนัง ในเขตย่านเมืองเก่า เพื่อสะท้อน 12 วิถีคนภูเก็ตที่ผูกพันกับอาหารในเทศกาลต่างๆ และเป็นที่มาของภาพหนูน้อยสามตาบนฝาพนัง 2 บานของตึกธนาคารชาร์เตอร์

ยังไม่ลบภาพ "เด็กสามตาหน้าบึ้ง" รอทำประชาพิจารณ์

ยังไม่ลบภาพ "เด็กสามตาหน้าบึ้ง" รอทำประชาพิจารณ์

ยังไม่ลบภาพ "เด็กสามตาหน้าบึ้ง" รอทำประชาพิจารณ์

ข่าวล่าสุด