เนชั่นทีวี

ข่าว

รอง ผบก.ขอนแก่น รับลูกสาวขอลดค่าปรับ"ใบสั่ง"จริง ชี้ไม่เหมาะสม สั่งตร.เพิ่มข้อหาขับรถเร็ว

11 เม.ย. 2559 |

รอง ผบก.ขอนแก่น รับลูกสาวขอลดค่าปรับ"ใบสั่ง"จริง
ชี้ไม่เหมาะสม สั่งตร.เพิ่มข้อหาขับรถเร็ว

จากกรณีที่มีผู้ใช้ชื่อในเฟสบุ๊คว่า khong kwan ได้โพสต์ในกลุ่ม yaris club thailand (YCT) โดยมีเนื้อหาเล่าถึงรายละเอียดที่ถูกตำรวจปรับในข้อหาขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด แต่หญิงสาวที่ถูกปรับซึ่งเป็นคนโพสต์ข้อความดังกล่าวได้บอกว่าตัวเองเป็นลูกของใคร พร้อมกับมีการต่อรอง ทำให้ตำรวจหญิงที่เขียนใบสั่งเกรงใจ ในที่สุดก็เขียนใบสั่งปรับ ในข้อหาไม่แสดงสำเนาคู่มือรถและมีการต่อรองกันเหลือ 200 บาทจาก 300 บาท พร้อมกับมีการถ่ายภาพใบสั่งปรับเผยแพร่ทางโลกโซเชียลมีเดีย ระบุว่าเป็นใบสั่งใบแรกในชีวิตนั้น


ล่าจากเฟสบุ๊คของ พ.ต.อ.สุภากร คำสิงห์นอก รองผบก.จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นบิดาของหญิงสาวคนดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความ เมื่อวานนี้ (10 เม.ย.59) ยอมรับลูกสาวขับรถผิดกฎจราจรจริง พร้อมบอกไม่เคยสั่งสอนลูกให้ใช้อภิสิทธิ์อะไรกับใคร ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นถือว่าไม่เหมาะสม ได้ดุว่าลูกสาวอย่างหนักไปแล้ว ทั้งยังสั่งตร.ท้องที่ปรับลูกสาวเพิ่มในข้อหาขับรถเร็ว
"จากเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา...ลูกสาวผมขับรถผิดกฎจราจร เมื่อโดนเรียกตรวจได้ขอความเมตตาจากตำรวจลดค่าปรับโดยบอกว่าเป็นลูกของ... เพื่อให้ตำรวจเห็นใจและใช้ดุลยพินิจลดค่าปรับให้ ผมเห็นว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และไม่เคยสั่งสอนลูกให้ใช้อภิสิทธิ์อะไรกับใคร
ทันทีที่ทราบเรื่อง ผมได้ดุว่าลูกสาวอย่างหนัก หนักและรุนแรงที่สุด พร้อมทั้งกำชับว่าการเป็นลูกตำรวจนั้น ยิ่งต้องประพฤติตัวเป็นแบบอย่างและเป็นคนดีของสังคม ส่วนในความเป็นผู้บังคับบัญชาตำรวจ ซึ่งทุกคนทราบดีว่าผมเป็นคนจริงจังต่อหน้าที่และการทำงาน เมื่อได้รับรายงานชี้แจงเหตุการณ์ ผมได้สั่งการให้ สภ.ท้องที่ดำเนินการปรับลูกสาวผมเพิ่มเติมในข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งกำชับให้ผู้ใต้บังคับบัญชาถือเป็นแนวทางปฏิบัติโดยเคร่งครัดในการบังคับใช้กฎหมาย

รอง ผบก.ขอนแก่น รับลูกสาวขอลดค่าปรับ"ใบสั่ง"จริง
ชี้ไม่เหมาะสม สั่งตร.เพิ่มข้อหาขับรถเร็ว


การจะเป็นลูกเต้าเหล่าใครนั้นไม่สำคัญ เมื่อทำผิดต้องรับโทษ ซึ่งผลกระทบจากการกระทำครั้งนี้ลูกสาวของผมตระหนักดี เพราะนอกจากต้องชำระค่าปรับตามกฎหมายแล้ว ยังได้รับการลงโทษจากสังคมอย่างหนักหนาสาหัส รวมมาถึงตัวผมและทุกคนในครอบครัวที่ได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน แม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โดยตรง
ขอขอบคุณทุกกำลังใจจากคนรอบข้าง และขอน้อมรับคำตักเตือนจากทุกฝ่าย ผมเชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของลูกสาวของผม ทั้งการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา และการใช้สื่อออนไลน์อย่างสร้างสรรค์

ข่าวล่าสุด