พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผบ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมเปิดเผยว่า เกาะนาคาน้อยมีเนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ โดยสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเขา ไม้ที่ขึ้นบนเกาะเป็นป่าเบญจพรรณ จึงเป็นแหล่งอาศัยของนกเงือก ในส่วนพื้นที่ราบบนเกาะเนื้อที่ 53 ไร่ ตระกูลหิรัญพฤกษ์มีเอกสารสิทธิ์ครอบครองเพียงรายเดียว ที่ผ่านมาจึงถือโอกาสดูแลพื้นที่ป่าไปด้วย แต่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีคนนำสค.1 มาเสนอขายให้กับตระกูลหิรัญพฤกษ์โดยอ้างว่าเป็นที่ดินท้ายเกาะ จึงมีการตรวจสอบไปยังผู้ใหญ่บ้านที่มีชื่อเซ็นรับรองเอกสาร แต่ผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวขณะมีชีวิตยืนยันว่าเป็นเอกสารปลอม พิกัดที่ดินตามสค.1 อยู่บนเกาะนาคาใหญ่ไม่ใช่นาคาน้อย พร้อมแจ้งเตือนไม่ให้รับซื้อที่ดินตาม สค.1
ต่อมาในปี 57 ช่วงที่บ้านเมืองเกิดเหตุวุ่นวายทางการเมือง มีการนำเอกสารสค.1 ไปยื่นออกนส.3 ก. โดยมีการแก้ไขเนื้อที่ ระยะข้างเคียง โดยกำหนดให้ทิศตะวันออกและตะวันตกติดกับทะเล เพื่อไม่ให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงร้องคัดค้านโดยสำนักงานที่ดินอนุมัติเปลี่ยน สค. 1 เป็น นส.3 ก. ภายในวันที่ยื่นขอ และโอนขายเปลี่ยนมือ นส. 3 ก. ให้บริษัทภูเขาหกลูก ทันทีภายในวันเดียวกันนั้นเอง เมื่อมีการแสดงสิทธิครอบครองที่ดินบนเกาะนาคาน้อย ตระกูลหิรัญพฤกษ์จึงขอตรวจสอบพิกัดที่ดินพบว่า มีที่มาจากสค.1 ฉบับเดียวกันที่เคยมีผู้นำมาเสนอขายเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา
ตระกูล หิรัญพฤกษ์ จึงเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนให้ดีเอสไอเข้าตรวจสอบในชั้นสืบสวนดีเอสไอพบว่าสภาพเกาะนาคาน้อยพบว่า ยังมีสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ ไม่มีร่องรอยการทำประโยชน์เป็นสวนมะพร้าวหรือสวนยางพาราตามที่ระบุในการยื่นขอ นส.3ก. มีเพียงร่องรอยการขุดบ่อน้ำ ซึ่งในทางกฎหมายไม่ถือเป็นการทำประโยชน์ในพื้นที่
ทางด้านเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบก็ยืนยันตรงกันว่าไม่มีพืชเศรษฐกิจบนเกาะนาคาน้อย
นอกจากนี้ดีเอสไอยังได้วิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ โดยผู้เชี่ยวชาญอ่านแปลภาพถ่ายยืนยันว่า ที่ดินตาม นส.3ก. ไม่เคยถูกทำประโยชน์ จึงมาสภาพเป็นป่าเขามาตั้งแต่ปี 2510 จนถึงปัจจุบันหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จึงค้านกับข้ออ้างของผู้ครอบครองที่ดินซึ่งอ้างว่าทำประโยชน์ในที่ดินยาวนานนับ 100 ปี ส่วนเกาะนาคาใหญ่ ซึ่งดีเอสไอเชื่อว่ามีพิกัดตรงกับเอกสาร สค. 1 ก่อนที่นำมาเปลี่ยนเป็น นส. 3 ก. มีสภาพเป็นพื้นที่ราบมีชาวบ้านเข้าไปอาศัยและทำกินเต็มพื้นที่
ต่อมาเมื่อวันที่ 16 มี.ค. ชาญวิทย์ กิจเลิศสิริวัฒนา เจ้าของบริษัทภูเขาหกลูก ได้นำเจ้าของที่ดินบนเกาะนาคาน้อย เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนให้ดีเอสไอ ตรวจสอบที่ดินบนเกาะนาคาน้อยเช่นกัน โดยระบุว่าซื้อที่ดิน 24 ไร่ มาจากนายเกษม ห่อทิพย์ ทายาทและผู้จัดการมรดกของนายหรน ห่อทิพย์ พร้อมโต้แย้งว่าตระกูลหิรัญพฤกษ์ไม่ใช่เจ้าของเกาะนาคาน้อย แต่ยังมีชาวบ้านรายอื่นๆเข้าไปทำประโยชน์บนเกาะเช่นเดียวกับตระกูล หิรัญพฤกษ์-นิมมานเหมินทร์ ซึ่งในอดีตเคยเป็นพ่อเมืองภูเก็ต ระหว่างรับราชการต้นตระกูลหิรัญพฤกษ์ได้ขอซื้อที่ดินบนเกาะจากชาวบ้านบนเกาะนาคาน้อยเพื่อทำฟาร์มหอยมุก และครอบครองทำประโยชน์มาจนถึงปัจจุบัน
ชาญวิทย์ โต้แย้งด้วยว่า นส.3ก. ของบริษัทภูเขาหกลูก ไม่ใช่ สค. 1 บิน จากเกาะนาคาใหญ่มาสวมทับบนเกาะนาคาน้อยข้อเท็จจริง คือ เกาะนาคาน้อยและใหญ่อยู่ในตำบลเดียวกันคือตำบลป่าคลอก บริษัทภูเขาหกลูก จึงต้องการให้ทางราชการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดินให้ชัดเจนเช่นกัน หากมีที่มาผิดกฎหมายก็พร้อมให้เพิกถอน แต่ขณะนี้บริษัทภูเขาหกลูกได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถเข้าทำประโยชน์บนที่ดินได้ เพราะมีพนักงานรักษาความปลอดภัยพกพาอาวุธ มีลักษณะเป็นผู้มีอิทธิพล เฝ้าระวังอยู่รอบเกาะนาคาน้อย
เหตุพิพาทที่ดินเกาะนาคาน้อยเงียบหายไปราวครึ่งเดือน จนกระทั่ง ภูริ หิรัญพฤกษ์ ดารานักแสดง โพสต์ข้อความบนเฟชบุ๊ค ระบุว่าเช้าวันอังคารที่ 5 เมษายน กลุ่มชายนำกำลังขึ้นเกาะในฝั่งป่าไม้พร้อมอาวุธในมือ ยากต่อการเข้าพูดคุยเจรจา ทางกลุ่มประกาศว่าวันพุธที่ 6 เมษายนจะนำ รถแบ็กโฮ ข้ามทะเลมาถางป่าในที่ๆคิดว่าระบุไว้ 24 ไร่ (แต่ไม่มีการปักหมุดรังวัดใดๆไว้ จะไปถางถูกจุดได้อย่างไร?) เขาอ้างว่ากรมที่ดินยังอยู่ระหว่างการเพิกถอน ฉะนั้นตอนนี้เขามีสิทธิ์ในการจะ "ทำอะไรก็ได้" กับที่ดินที่เขาคิดว่าเป็นของเขา
ร้อนถึงพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ และพ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ต้องเข้ารายงานข้อเท็จจริงให้พล.อ.ไพบูลย์รับทราบ เพื่อหาหนทางระงับยับยั้งความเสียหายกับพื้นที่ป่า
แต่เมื่อพล.อ.ไพบูลย์ยังไม่เห็นชอบให้ใช้ม. 44 เข้าดำเนินการ ดีเอสไอจึงต้องประสานให้ป่าไม้และฝ่ายปกครองเข้าไปแก้ปัญหา
เบื้องต้นเสนอข้อมูลในชั้นสืบสวนของดีเอสไอ ซึ่งเชื่อว่าป่าเขาส่วนที่เหลือบนเกาะนาคาน้อยเป็นที่ดินของรัฐ ในระหว่างการพิสูจน์สิทธิ ฝ่ายปกครองท้องที่จึงไม่ควรอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างใดๆ
ในส่วนของดูแลผืนป่า ขอให้กรมป่าไม้ยึดแนวคำพิพากษาในคดีป่ากะปง จ.พังงา ที่ระบุว่า นส.3 ก.เป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในเมื่อพื้นที่จริงมีสภาพเป็นป่า เท่ากับว่ามีการรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ การเข้าไปแผ้วถางป่า ถือว่ามีความผิดตามพ.ร.บ.ป่าไม้
ระหว่างนี้จึงได้แต่ขอให้ คู่กรณี 2 ฝ่าย อดใจรอการพิสูจน์เอกสารสิทธิ์ที่ดินบนเกาะนาคาน้อย