หลังจากที่ ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม แกนนำคัดค้านคำสั่งห้ามจักรยานยนต์ขึ้นสะพานข้ามแยก 39 แห่ง และลอด 6 อุโมงค์ทั่วกทม. ออกแถลงการณ์ฉบับ 1 และต่อมาปรับแผนเคลื่อนไหว ยกเลิกชุมนุม มาเป็นการรวบรวมรายชื่อ เพื่อยื่นฟ้องศาลปกครอง 25 เม.ย.นี้ แทน เพื่อขอไต่สวนฉุกเฉินคุ้มครองชั่วคราว ตามที่เว็บไซต์เนชั่นทีวีนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด เมื่อวานนี้ (6 เม.ย.59) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร ชมรมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ และกลุ่มบิ๊กไบค์แบทแมน ลงสำรวจพื้นที่บริเวณสะพานข้ามแยกรัชโยธิน และอีกหลายพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลมาประกอบในการยื่นต่อฟ้องศาลปกครอง ร้องขอความเป็นธรรมให้กับผู้ขับขี่จักรยานยนต์ที่ไม่สามารถใช้สะพานข้ามแยกและอุโมงค์ทางลอดตามประกาศของ พล.ต.ต. อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่อ้างอิงจาก พรบ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522
เฟสบุ๊คของ "ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม" ได้แจ้งความคืบหน้าการแก้ปัญหาในเรื่องนี้ โดยมีข้อความว่า ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร ลงสำรวจพื้นที่อุโมงค์คลองตัน และร่วมประชุมหารือกับ พ.ต.ท.ณรงค์วิช สุดกังวาล รองผู้กำกับจราจร สน.หัวหมาก ในการบูรณาการร่วมกันแก้ปัญหาของอุโมงค์คลองตัน หลังได้รับผลกระทบ จากคำสั่งของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ห้ามรถจักรยานยนต์ขึ้นสะพานและลงอุโมงค์ ซึ่งทางชมรมฯ และทีมเครือข่ายพันธมิตร ก็ได้รับฟังเหตุผลที่ห้ามรถจักรยานยนต์ลงอุโมงค์ และได้ข้อสรุป ดังนี้
แบบร่างเลนจักรยานยนต์
พ.ต.ท.ณรงค์วิช สุดกังวาล รองผู้กำกับจราจร สน.หัวหมาก จะจัดให้มีการเสนอแบบร่างเลนจักรยานยนต์ ในอุโมงค์คลองตันไปยัง กทม. เพื่อให้รถจักรยานยนต์ สามารถลงอุโมงค์ได้อย่างเป็นสัดส่วนและปลอดภัย โดยอุโมงค์คลองตันมีความกว้าง 7 เมตร จะแบ่งพื้นที่การจราจรเป็นส่วนรถเก๋ง 2 เลน เลนละ 3 เมตร และแบ่งให้รถจักรยานยนต์ 1 เมตร ซึ่งโมเดลของอุโมงค์นี้ จะนำไปแก้ปัญหาทุกอุโมงค์ในพื้นที่นครบาล เพื่อเป็นการแก้ปัญหาระยะยาว และเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ร่วมกันใช้ทางได้อย่างสงบสุข และจะได้เสนอยกเลิกคำสั่งฉบับดังกล่าว
แผ่นพับประชาสัมพันธ์
เฟสบุ๊คแกนนำเคลื่อนไหว ยังระบุว่า ที่สำคัญในขณะนี้ พ.ต.ท.ณรงค์วิช สุดกังวาล รองผู้กำกับจราจร สน.หัวหมาก ได้แจ้งว่า เมื่อมีผู้ฝ่าฝืน ขี่รถจักรยานยนต์ลงอุโมงค์ ก็ได้มีการกวดขันจับกุม แต่ใช้ลักษณะตักเตือน โดยไม่ได้มุ่งหวังเรื่องค่าปรับใบสั่งจราจร แต่มุ่งเน้นไปที่ึความปลอดภัยของผู้ขับขี่เป็นหลัก และได้แจกแผ่นพับประชาสัมพันธ์ให้ ทางชมรมฯ จึงอยากให้โรงพักอื่น นำเรื่องนี้ไปเป็นแบบอย่าง ไม่ใช้ฉวยโอกาส จับกุมเพื่อมุ่งหวังเงินค่าปรับใบสั่งจราจร ซึ่งทางชมรมฯ ต้องขอขอบคุณ พ.ต.ท.ณรงค์วิช สุดกังวาล รองผู้กำกับจราจร สน.หัวหมาก ที่ได้สละเวลามาร่วมปรึกษาหารือ และหาทางออกในเรื่องนี้ร่วมกัน