เนชั่นทีวี

ข่าว

รายการ คม ชัด ลึก "ผ่าตัดพลาด...ใครรับผิดชอบ?"

05 เม.ย. 2559 | te

รายการ คม ชัด ลึก "ผ่าตัดพลาด...ใครรับผิดชอบ?"

จากกรณีมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล แล้วเกิดความผิดพลาดจากกระบวนการรักษา ดังนั้น เมื่อค่ำวันที่ 5 เมษายน รายการ คม ชัด ลึก จึงได้จัดเสวนาขึ้นในหัวข้อ ผ่าตัดพลาด...ใครรับผิดชอบ?

สมพร ทองทวียิ่งยศ ผู้เสียหายจากการรักษา กล่าวว่า เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งเมื่อเดือนตุลาคม 2557 เนื่องจากประจำเดือนมามากผิดปกติ คุณหมอก็แนะนำให้ผ่าตัดมดลูก เนื่องจากตรวจพบว่า มดลูกโต หลังผ่าตัดต้องใส่สายปัสสาวะ สายสวน ไว้ ปรากฏว่ามีเลือดออกมาตามสาย แต่คุณหมอก็ไม่ได้ตรวจหาสาเหตุ เพียงแต่ตรวจปัสสาวะ แล้วก็ให้กินยาแก้อักเสบ นอนโรงพยาบาล 5 วัน ก็ใส่สายปัสสาวะทุกวัน เวลาปวดท้อง ปวดแผล ก็ให้กินยาแก้ปวด ยาพาราฯ ก็ไม่ได้ผล

รายการ คม ชัด ลึก "ผ่าตัดพลาด...ใครรับผิดชอบ?"


หลังผ่าตัด มีอาการปวดท้องมาก ปวดอย่างผิดสังเกต หมอให้กินยาพาราฯ แก้ปวด ก็ไม่หาย โดยกินทุก 4 ชั่วโมง ครั้งละ 2 เม็ด แต่ก็ไม่หายปวด เมื่อแจ้งให้แพทย์ทราบ พร้อมกับบอกว่า ช่วยหายาอย่างอื่นมาให้ได้ไหม?
คุณหมอก็บอกว่า มียานอกบัญชี จะต้องจ่ายส่วนเกินจากประกันสังคม ก็บอกไปว่า ได้ คุณหมอก็จัดยามาให้ ซึ่งกินแล้วอาการปวดก็ดีขึ้น แต่ก็ยังมีเลือดไหลออกมาทางสายสวน ขยับตัวไม่ได้ ขยับเมื่อไหร่มีเลือดออกมาทุกครั้ง บอกอาการให้พยาบาลทราบ พยาบาลก็แจ้งให้หมอทราบ หมอก็บอกว่า กินยาแก้อักเสบไป เดี๋ยวก็หาย หมอบอกด้วยว่า กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
หลังจากใส่สาย 5 วัน ปัสสาวะก็ใสขึ้น หมอก็อนุญาตให้กลับบ้าน แต่เมื่อกลับบ้านแทนที่จะได้พักผ่อน ก็มีอาการปัสสาวะบ่อยมาก แทบจะต้องยืนหน้าห้องน้ำเลย ปัสสาวะถี่ประมาณชั่วโมงละครั้ง ทุกครั้งที่ปัสสาวะจะมีอาการแสบ ขัด หลังจากนั้นหมอก็นัดให้ไปพบแพทย์ทางเดินปัสสาวะ หมอก็ตรวจปัสสาวะ แล้วก็ให้ยาแก้อักเสบไปกินอีก ทั้งๆ ที่ผลตรวจปัสสาวะยังไม่ออก ก็ทักท้วงไปว่า ยาที่มีอยู่ยังไม่หมด

รายการ คม ชัด ลึก "ผ่าตัดพลาด...ใครรับผิดชอบ?"


ต่อมาต้องรีบไปโรงพยาบาลในวันที่ 27 ตุลาคม 2557 ประมาณเที่ยงคืน พบกับหมอที่ห้องฉุกเฉิน เนื่องจากปัสสาวะบ่อยมาก ปวดท้องจนนอนไม่ได้ คุณหมอที่ห้องฉุกเฉินก็ฉีดยาแก้อักเสบให้ แล้วก็ให้กลับบ้าน ก็อ้อนวอนขอนอนที่โรงพยาบาล เนื่องจากทรมาน คุณหมอและพยาบาลบอกว่า ให้มาวันหลัง ให้มาใหม่ เนื่องจากมากลางคืนไม่ให้นอนโรงพยาบาล เป็นคนไข้ใช้ประกันสังคม ก็ต้องกลับบ้าน ทั้งๆ ที่ปัสสาวะไหลออกมาเปียกหมดแล้ว ทั้งๆ ที่ใส่ผ้าอ้อมผู้ใหญ่แล้วก็ไม่สามารถรองรับปัสสาวะที่เล็ดออกมาได้ทั้งหมด
พยายามบอกพยาบาลว่า ขอนอนที่โรงพยาบาล แล้วก็เรียกคุณหมอทางเดินปัสสาวะมาดู คุณหมอก็บอกว่า ให้ใส่สายสวน วันนั้นก็เลยต้องใส่ทั้งสายสวนและผ้าอ้อม คุณหมอวินิจฉัยว่า กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ซึ่งก็พยายามที่จะขอนอนที่โรงพยาบาล เพราะเสื้อผ้าเปียกหมด ดึกมากแล้ว พยาบาลก็บอกว่า ให้ใส่ชุดของโรงพยาบาลกลับ ซึ่งให้เช่า 200 บาท ก็ต้องยอมกลับ ทั้งหิ้วสายสวน และสวมชุดของโรงพยาบาล ออกมาเรียกแท็กซี่กลับบ้าน ทุลักทุเลมาก

รายการ คม ชัด ลึก "ผ่าตัดพลาด...ใครรับผิดชอบ?"


ต่อมาวันที่ 29 ตุลาคม ก็กลับมาพบกับคุณหมอที่ผ่าตัดมดลูก คุณหมอตรวจพบก้อนเนื้อเปื่อยยุ่ยอยู่ภายในช่องคลอด คุณหมอก็ตกใจ สั่งแอดมิตด่วน ต่อมาตรวจพบว่ากระเพาะปัสสาวะขาด 1.6 ซม. ครั้งแรกพบจุดเดียว
15 วันผ่านไป ทางโรงพยาบาลบอกว่า จะหาหมอฝีมือดี เชี่ยวชาญ มาผ่าตัดซ่อมแซมให้ด่วน แต่ไม่อธิบายวิธีการรักษา
คุณหมอคนที่ 2 ผ่าตัดซ่อมให้ ปรากฏว่าเย็บแผลไม่ติด เพราะข้างในเปื่อยยุ่ยแล้ว การผ่าตัดเจ็บปวดทรมานมาก เพราะวางยาบล็อกหลังเท่านั้นเมื่อถามคุณหมอคนแรกว่า ทำไมกระเพาะปัสสาวะรั่ว คุณหมอก็บอกว่า ไม่รู้เหมือนกันว่า ไปโดนตอนไหน แล้วก็แนะนำคุณหมอฝีมือดีมาผ่าตัดซ่อมให้ด่วน ซึ่งคุณหมอคนที่ 2 เป็นอาจารย์หมอ แต่ก็ไม่ได้วินิจฉัยก่อนผ่าตัด เนื่องจากมาเพราะได้รับการขอร้อง พอวันรุ่งขึ้น คุณหมอคนที่ 2 ก็บอกว่า ต่อไปจะไม่ผ่าตัดไว จะรออีก 2-3 เดือน เพราะข้างในเปื่อยยุ่ย

รายการ คม ชัด ลึก "ผ่าตัดพลาด...ใครรับผิดชอบ?"


นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวว่า กรณีนี้เนื่องจากคนไข้เคยได้รับการผ่าตัดทำคลอดมาแล้ว 2 ครั้ง ทำให้ในท้องเกิดพังผืดเต็มไปหมด มดลูกทับอยู่บนกระเพาะปัสสาวะ เวลาที่ผ่าตัดเลาะมดลูกออกจากกระเพาะปัสสาวะ อาจจะไปโดนเนื้อกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ทะลุ โดยที่แพทย์ไม่ได้เจตนา
อาการของผู้ป่วยรายนี้ เป็นอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ก็ต้องใส่สายยาง แล้วก็ให้รักษาด้วยการให้ยาปฏิชีวนะสำหรับกรณีนี้ มีการติดเชื้อ ต้องรักษาให้ดีขึ้นก่อน ค่อยรักษาตามขั้นตอนต่อไป
ส่วนกรณีที่แพทย์ใช้วิธีบล็อกหลัง เนื่องจากดมยาสลบทั้งตัวอันตรายมากกว่าการใช้เวลาผ่าตัดเป็นเวลานาน เนื่องจากเป็นงานยาก
อย่างไรก็ตาม แพทย์ที่ทำการรักษาควรที่จะอธิบายให้ผู้ป่วยได้รับทราบว่า ทำไมถึงเป็นแบบนี้ เพราะอะไร ซึ่งควรจะอธิบายตั้งแต่เริ่่มรักษาก่อนผ่าตัดให้คนไข้เข้าใจก่อน ให้คนไข้ตัดสินใจว่า จะรับการรักษาต่อไปหรือไม่

ข่าวล่าสุด