วันนี้ (3 เม.ย.59) นางสุนทรีย์ (สงวนนามสกุล)อายุ 53 ปี ชาว อ.ประโคนชัยจ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นป้าของน้อง แมลงปอ อายุ 14 ปีที่ถูกกลุ่มเพื่อนหญิงอายุตั้งแต่ 15 - 21 ปี รุมทำร้ายร่างกายทั้งตบ เตะกระชากผมอย่างทารุณ ที่มีการแชร์ในโลกโซเชียลอย่างแพร่หลาย เมื่อวันที่31 มี.ค.ที่ผ่านมา พร้อมปู่และย่าวัย 83 ปีได้พาหลานที่ถูกทำร้ายในสภาพใบหน้าปูดบวม มีรอยฟกช้ำตามร่างกายเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ เพิ่มเติมเพื่อประกอบสำนวนในการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ก่อเหตุตามกฎหมาย
นางสุนทรีย์ ผู้เป็นป้าของน้อง แมลงปอที่ถูกทำร้ายถึงกับร่ำไห้เมื่อเห็นคลิปภาพ ขณะหลานถูกรุมทำร้ายอย่างทารุณทั้งยังมีเพื่อนส่งเสียงเชียร์ด้วยความสะใจจึงอยากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ที่ร่วมก่อเหตุทุกคนจนถึงที่สุด
ทั้งยังเผยด้วยว่าสาเหตุที่หลานถูกรุมทำร้ายไม่ใช่เรื่องตบตีแย่งผู้ชายหรือทะเลาะวิวาทกันธรรมดา เพราะหลังจากเค้นสอบถามหลานก็ทราบว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ถูกรุมทำร้ายเกิดจากกรณีที่ น.ส.สาวิตรีดอกจันทร์กลาง อายุ 21 ปี หรือเจ๊แนนหญิงที่ปรากฏในคลิปสวมเสื้อสีน้ำเงินกางเกงขาสั้นสีแดงที่ทั้งตบและเตะหลานได้บังคับให้หลานขายบริการหากใครไม่ยอมไปขายบริการหรือรับแขกตามที่เธอติดต่อไว้ก็จะลงมือทำร้ายจนสร้างความหวาดกลัวให้กับวัยรุ่น เยาวชนหญิงหลายคนจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวเพื่อให้ความเป็นธรรมกับหลานด้วยทั้งเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้กับลูกหลานใครอีก
ขณะที่ ด.ญ.แมลงปอผู้เสียหายยังอยู่ในอาการหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งเกรงจะถูกเจ๊แนน หรือกลุ่มเพื่อนทำร้ายซ้ำอีกตามที่เคยข่มขู่ไว้ก่อนหน้านี้และเมื่อสอบถามน้องว่าทำไมจึงไม่สู้หรือโต้ตอบทำไมปล่อยให้ถูกกระทำฝ่ายเดียวน้องก็ตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่าหากขัดขืนหรือต่อสู้ก็จะถูกรุมและอาจจะเจ็บหนักมากกว่านี้
ขณะที่ล่าสุดตำรวจได้นำตัวเยาวชนหญิงที่ร่วมก่อเหตุ 9 คนที่อายุต่ำกว่า18 ปี ได้นำส่งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนแล้ว ส่วนอีก 2คนอายุเกิน 18 ปี เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจขณะนี้อยู่ระหว่างการประกันตัวสู้คดี
อย่างไรก็ตามหลังประกันตัว น.ส.สาวิตรี หรือเจ๊แนนยังส่งข้อความในเฟสมาข่มขู่ผู้ที่ปล่อยคลิปดังกล่าวด้วยว่ากุบอกไว้เรยว่าถ้ากุเจอมึงตงไหน กุจะเอาเลือดมึงมาล้างสนตีนกุระวังตัวไว้น่ะ อิกาดซึ่งแสดงให้เห็นว่าเธอไม่ได้รู้สึกสำนึกผิดกับการกระทำดังกล่าวและไม่ได้เกรงกลัวกฎหมายเลย