แนะรัฐรับมือแรงงานขาดแคลน

นักวิชาการแนะรัฐบาล รับมือขาดแคลนแรงงาน หลังไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ชี้ต้องเร่งพัฒนาผลิตภาพแรงงาน และปรับค่าจ้างให้ได้ 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน
ข่าว
ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ดร.เสาวณี จันทะพงษ์ บอกในงานเสวนาความท้าทายใหม่ของแรงงานไทยในทศวรรษหน้าว่า ช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ที่ร้อยละ 5 ต่อปีในขณะที่ปัจจุบันลดลงเหลือร้อยละ 3 ซึ่งมีปัจจัยมาจากจาดแคลนแรงงาน และอัตราการลงทุนที่ลดลง ดังนั้น ประเทศไทยต้องเตรียมรับมือกับปัญหาขาดแคลนแรงงานในอนาคต จากที่ในอดีตอัตราการเติบโตอยู่ร้อยละ 3 แต่ปัจจุบันลดลงอยู่ที่ร้อยละ 1.2 และคาดว่าอีก 10 ปีข้างหน้า จะลดลงเหลือร้อยละ 1 เนื่องจากเด็กเกิดใหม่ในไทยลดลง ขณะที่ผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ การขยายตัวของผลิตภาพของแรงงานภาคบริการต้้งแต่อดีตถึงปัจจุบันยังอยู่ที่ร้อยละ 1.3 เนื่องจากแรงงานภาคบริการได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะฝีมือน้อย รวมถึงได้รับการส่งเสริมจากนายจ้างไม่มากเท่าที่ควร และแรงงานไทยยังได้รับอัตราค่าจ้างที่ต่ำกว่าผลิตภาพที่ทำได้ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆที่พัฒนาแล้ว มองว่าหากจะให้แรงงานไทยเลี้ยงดูตัวเองได้ควรมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 1.5 หมื่นบาทต่อคน โดยต้องมีทักษะฝีมือและผลิตภาพสูงขึ้น ขณะที่ผลสำรวจด้านแรงงานของบริษัทในไทยพบว่า แรงงานขาดทักษะทางวิชาการและพื้นฐานที่บริษัทต้องการ โดยเฉพาะทักษะด้านภาษาอังกฤษ ไอที ความสามารถในการคำนวณและความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งกลุ่มผู้ที่จบใหม่ยังขาดทักษะและประสบการณ์ที่จำเป็นต่อการทำงานด้วย