พินิจ งามพริ้ง ประธานชมรมเชียร์ไทยพาวเวอร์ กล่าวว่า แมทช์นี้เป็นแมทช์ที่ชาวไทยรอคอย และกองเชียร์หลายคนก็เดินทางไปให้กำลังใจถึงขอบสนาม แม้ไทยเราจะเข้ารอบแล้วก็ตาม นัดนี้ถือเป็นการล้างตา หลังจากคราวที่แล้วไทยตีเสมอได้ หลังจากตามหลัง 2 ประตู
รูปเกมไทยเป็นรอง แต่การดวลแข้งกับอิรักซึ่งเป็นทีมแนวหน้าของเอเชีย จะบ่งบอกได้ว่า ทีมไทยมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหนที่จะเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย
แรงศรัทธาของแฟนบอลทีมชาติไทยไม่ค่อยดีนัก หลังจากหมดยุคของ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน และชุดดรีมทีม ดังนั้น จึงได้รวมตัวกันให้กำลังใจกับทีมฟุตบอลไทยเสมอมา ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะหรือเสมอ ก็ตาม จนกระทั่งก่อตั้งเป็นชมรมเชียร์ไทยพาวเวอร์
โค้ชเบ๊ ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก อดีตกุนซือทีม สระบุรี เอฟซี กล่าวว่า แมทช์นี้เป็นแมทช์ที่อยากรู้อยากเห็น อยากเห็นว่าใครจะเป็นแชมป์ของกลุ่ม อยากรู้ว่า ทีมไทยอยู่ตรงไหน สู้กับทีมเอเชียด้วยกันได้ไหม อยากรู้ว่า ไทยจะเล่นแบบไหนกับทีมชั้นนำอย่างอิรัก โอกาสที่ไทยจะชนะอิรักก็มี แต่ไม่มาก มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของไทย
โค้ชจุ่น จตุพร ประมลบาล อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย กล่าวว่า การแข่งขันในค่ำคืนนี้น่าจะเป็นแมทช์ที่น่าสนุก เด็กไทยอยากจะโชว์ความสามารถ เพียงแต่ว่าไทยเราจะเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายนั้น มีคุณภาพขนาดไหน
จากสถิติที่พบกันมา 14 ครั้ง ไทย ชนะ 2 เสมอ 4 ขณะที่ อิรัก ชนะ 8 ครั้ง นั้น เกมที่ผ่านๆ มา ฟุตบอลไทยช้ากว่าอิรักมาก แต่ปัจจุบันฟุตบอลไทยเติบโตมากทำให้ผู้เล่นมีคุณภาพสูงขึ้น มีความกระหายอยากจะโชว์ความสามารถ วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับฟุตบอลทีมชาติไทย
อย่างไรก็ตาม ฟุตบอลไทย จะต้องพัฒนาให้มากขึ้นไปอีก วันนี้ทีมชาติไทยเล่นได้ดีแล้ว แต่ก็ยังต้องพัฒนาในอีกหลายๆ อย่าง อาจจะต้องรอเวลาอีกหน่อยในรอบสุดท้าย 12 ทีม ทีมฟุตบอลไทย จะต้องทำการบ้านให้หนัก จะไปชนะเขาได้อย่างไร การเลือกผู้เล่นต้องให้เหมาะสม จริงๆ แล้ว นักฟุตบอลไทยเรากำลังดีวันดีคืน เชื่อว่า สู้ได้ทั่วโลก ถ้าเราช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ช่วยกันวางแผน