เนชั่นทีวี

ข่าว

ผบ.ตร.มึน! สั่งเด้งรองผบช.ภ.2 เอี่ยวอิทธิพล "ผิดตัว"!

21 มี.ค. 2559 |

ผบ.ตร.มึน! สั่งเด้งรองผบช.ภ.2  เอี่ยวอิทธิพล "ผิดตัว"!

ผบ.ตร.มึน รับสั่งเด้งรองผบช.ภ.2 เอี่ยวอิทธิพลผิดตัว ชี้ข้อมูลคลาดเคลื่อน ชื่อถูก นามสกุลผิด เตรียมเซ็นส่งกลับที่เดิม


สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) --- เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 มีนาคม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีมีคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุรพล วิรัตน์โยสินทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2(รอง ผบช.ภ.2) มาช่วยราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร.) ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม ที่ผ่านมา ว่า เป็นการออกคำสั่งย้ายผิดตัว
เนื่องจากมีความคลาดเคลื่อนในข้อมูล เพราะมีชื่อนายตำรวจระบุชื่อ พล.ต.ต.สุรพล ในบัญชีรายชื่อผู้มีอิทธิพลของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แต่เมื่อตรวจสอบแล้วกลับพบว่าไม่ใช่ พล.ต.ต.สุรพล วิรัตน์โยสินทร์ รองผบช.ภ.2 คนนี้ ซึ่งชื่อถูก แต่นามสกุลผิด เป็นคนละนามสกุลกัน ภายในสัปดาห์นี้จะเซ็นคำสั่งส่งตัวกลับที่เดิม

ผบ.ตร.มึน! สั่งเด้งรองผบช.ภ.2  เอี่ยวอิทธิพล "ผิดตัว"!

พล.ต.ต.สุรพล วิรัตน์โยสินทร์
"พอมีชื่อมาก็สำรวจว่าน่าจะเป็นใคร จึงเรียกมาช่วยราชการตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้เรียกพี่สุรพลมาคุยแล้ว ภายในสัปดาห์นี้จะออกคำสั่งส่งตัวกลับ ระหว่างนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบให้ครบกระบวนการ ตรวจสอบแล้วพบว่าชื่อตรง แต่นามสกุลผิดไป นามสกุลที่ส่งมาพ้องๆคล้ายๆกัน ซึ่งถูกแค่ครึ่งเดียว เรื่องนี้พอมีชื่อมา ผมย้ายมา จากนั้นตรวจสอบ โดยข้อมูลอ้างว่าอยู่ทางตำรวจภูธรภาค 4 ผมก็ตรวจสอบไปที่ภาค 4 แล้ว ทางภาค 4 ตอบมาแล้วว่าไม่มี พอถามไปที่ภาค 2 ถามไปที่ฝ่ายกำลังพล ก็ไม่ปรากฏชื่อ นามสกุลที่ว่าอย่างตรงตัว ผมจำไม่ได้ว่าเป็นความผิดฐานอะไร ข้อมูลที่ คสช.ส่งมา ระบุว่ามีนายตำรวจชื่อ พล.ต.ต.สุรพล เกี่ยวข้องเป็นผู้มีอิทธิพล แต่ตรวจสอบภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ไม่มีชื่อ-สกุลตามนั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องตรวจสอบอีก ต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ทุกคนที่มีชื่อเรากำลังตรวจสอบอยู่ จากนี้จะต้องทำเรื่องส่งต่อไปยังศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลของ คสช.ว่า ตรวจสอบแล้วไม่ใช่ในกรณีของ พล.ต.ต.สุรพล เป็นเรื่องผิดตัว"ผบ.ตร.กล่าวยอมรับ

ผบ.ตร.มึน! สั่งเด้งรองผบช.ภ.2  เอี่ยวอิทธิพล "ผิดตัว"!

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าสังคมอาจคลางแคลงใจที่ย้ายมาแล้วย้ายกลับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ตอบว่า ไม่เกี่ยวเลย ถ้าย้ายมาแล้วไม่เกี่ยวก็ย้ายกลับ ระดับกองบัญชาการก็เช่นกัน หากมีรายชื่อย้ายเข้ากองบัญชาการ เมื่อตรวจสอบแล้วไม่ใช่ ไม่มีมูลก็ย้ายกลับ
เมื่อถามว่า ผบ.ตร.ลงนามย้าย ทั้งที่ผิดตัวจะถูกมองว่า ผบ.ตร.ผิดพลาด ไม่ได้ตรวจสอบให้ชัดเจนหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ อธิบายว่า ไม่เสียหรอก ตนเป็นคนสั่งทั้งหมด ก็ต้องรับผิดชอบ หากจะมีการฟ้องร้องที่ออกคำสั่งก็ต้องฟ้องร้องตนในฐานะคนลงนามคำสั่ง เมื่ออกคำสั่งไปแล้วก็ทบทวน โดยการตรวจสอบไปยังกองบัญชาการต่างๆ เมื่อข้อมูลไม่ถูกต้องก็ย้ายกลับ ข้อมูลที่ คสช.ส่งมาพบว่าเออเร่อ บางคนเสียชีวิต บางคนอยู่ในคุกแล้ว เมื่อตรวจสอบแล้วไม่ใช่ ก็ให้ความเป็นธรรม แต่หากส่วนใดไปเกี่ยวข้องก็ดำเนินการตามข้อเท็จจริง จากการเชิญมาพูดคุย พล.ต.ต.สุรพล ก็เข้าใจว่า การทำงานเป็นอย่างนี้
ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ที่เป็นการสั่งย้ายผิดตัว เมื่อผิดแล้วก็ไม่เกี่ยวกับการเสียใจ เพราะตนมีอำนาจหน้าที่ ออกคำสั่งตามอำนาจ ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง จะเสียใจเรื่องอะไร ตำรวจต้องอดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก จะเสียใจทำไม หากจะฟ้องร้องก็มาฟ้องร้องที่ตน ตนพูดเคลียร์ทุกประเด็น ถ้าจะถูกมองว่ามีการวิ่งเต้น มีคำสั่งจากผู้ใหญ่ให้ย้ายกลับ ยืนยันได้เลยว่า ไม่มี จะวิ่งเต้นอย่างไร ผู้มีอิทธิพลตนไม่เอาด้วย ผู้ใหญ่คนไหนจะเข้าข้างผู้มีอิทธิพล ที่ย้ายกลับเพราะตรวจสอบตามข้อเท็จจริง เท่าที่รู้จักกันมาในฐานะที่ พล.ต.ต.สุรพล เป็นรุ่นพี่ นรต.34 ท่านก็เป็นคนที่ใช้ได้

ผบ.ตร.มึน! สั่งเด้งรองผบช.ภ.2  เอี่ยวอิทธิพล "ผิดตัว"!


พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เท่าที่ตรวจสอบดูผ่านๆ ไม่มีระดับนายพลคนอื่นแล้วที่เข้าข่ายผู้มีอิทธิพล ส่วนระดับ พล.ต.ท. นั้นไม่ต้องย้ายแล้ว เนื่องจากปัจจุบันมีตำแหน่งอยู่ในส่วนกลาง ไม่ได้อยู่ในพื้นที่แล้ว และได้พูดคุยกับเจ้าตัวแล้ว สำหรับกรณี พล.ต.ต.สุรพล นั้น คาดว่าเป็นข้อมูลเก่า อย่างที่ตนเคยบอกว่า ข้อมูลรายชื่อผู้มีอิทธิพลที่ส่งมานั้นเป็นข้อมูลเก่าบ้าง เออเร่อบ้าง ตอนแรกพบมีตำรวจ 200 คน ก่อนหน้านี้ พอตรวจสอบเหลือประมาณ 100 คน แต่ล่าสุดมีไม่ถึง 100 คนแล้ว อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. อยู่ระหว่างตรวจสอบ สรุป จากนั้นจะส่งไปยังศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลของ คสช. อีกครั้ง ตอนนี้การตรวจสอบค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว คาดว่าในสัปดาห์นี้จะแล้วเสร็จ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวด้วยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้ตรวจสอบให้เข้มงวด เพื่อความสงบสุขเรียบร้อยของประชาชน หากพบใครมีบทบาทเกี่ยวข้องก็ให้ดำเนินการ โดยเฉพาะตำรวจ เช่นเดียวกับทหาร หากพบก็ให้ดำเนินการตามกระบวนการ

ข่าวล่าสุด