ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ หรือ PM10 ใน จ.เชียงใหม่ ยังคงสูงเกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ โดยที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ เช้านี้ (21 มี.ค.)วัดได้ 139 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร , ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ วัดได้ 118 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่ อ.เชียงดาว ที่เคยเกินค่ามาตรฐาน วันนี้วัดได้ 108 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่สภาพอากาศยังเป็นควันสีขาวโพลนปกคลุมทุกพื้นที่ของตัวเมืองเชียงใหม่
ขณะที่ทางจังหวัดอื่นๆ ของภาคเหนือ พบว่า ที่จังหวัดเชียงราย ยังคงครองแชมป์ค่าฝุ่นละอองสูงสุดนาน 9 วันติดต่อกัน โดยที่อ.เมืองเชียงราย วัดได้ 130 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, ที่อ.แม่สาย วัดได้ 163 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์ และรองลงมาได้แก่ ต.เหมืองจี้ จ.ลำพูน วัดได้ 156 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, ที่อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง วัดได้ 146 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร , ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา วัดได้ 140 ไมโคกรรัมต่อลูกบาศก์ , อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน วัดได้ 144 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
นพ.สุรพันธ์ แสงสว่าง รักษาการผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 10 เชียงใหม่ บอกว่า จากการรวบรวมข้อมูล ผลกระทบด้านสุขภาพจากปัญหาหมอกควันในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ในสัปดาห์ที่ 10 ระหว่างวันที่ 6-12 มีนาคม 2559 ได้รับรายงานจากโรงพยาบาล 90 แห่ง มีผู้ป่วยด้านสุขภาพใน 4 กลุ่มโรค จำนวนทั้งสิ้น 64,108 ราย โดยมีกลุ่มโรคที่มีรายงานอัตราป่วยสูงสุดได้แก่ กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดทุกชนิด จำนวน 35,300 คน รองลงมา คือ กลุ่มโรคทางเดินหายใจทุกชนิด จำนวน 24,258 คน// ตามด้วยกลุ่มโรคตาอักเสบ 2,238 คน และ กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ 2,312 คน โดย จ.เชียงใหม่ มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเป็นจำนวนมากสุด