ด้วยวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งเพื่อจัดกิจกรรมสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจศูนย์ส่งเสริมฯ จึงได้เปิดสาขาต่างประเทศขึ้นเป็นครั้งแรก ในกรุงเทพมหานครฯ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาทั้งนี้เนื่องมาจากประเทศไทยถือเป็นประเทศศูนย์กลางของประเทศในแถบอาเซียน ทั้งในแง่ของสภาพภูมิศาสตร์และเศรษฐกิจจากการก่อตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) รวมไปเป็นประเทศที่มีแนวโน้มความต้องการทางการตลาดที่สูง
รายละเอียดและที่มาของการก่อตั้งสำนักงานสาขาประเทศไทย
- ศูนย์ส่งเสริมฯ นี้ เป็นองค์กรสนับสนุนวิสาหกิจที่ใหญ่ที่สุดของมหานครโตเกียวซึ่งประกอบไปด้วยสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ถึง 440,000 แห่ง ศูนย์ดังกล่าวมีบทบาทในการดำเนินกิจกรรมและโครงการ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเป็นหลัก บริหารโดยรัฐบาลมหานครโตเกียวอีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการเดินหน้าขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับบริษัทต่างๆ
-จำนวนของธุรกิจเอสเอ็มอีสัญชาติญี่ปุ่นที่ขยายธุรกิจเข้ามาในภูมิภาคอาเซียนเริ่มมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยขณะนี้มีมากกว่า 6,500 บริษัทที่ได้รับการจดทะเบียนภายใต้หอการค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น และในขณะเดียวกันจำนวนของโครงการต่างๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ส่งเสริมฯก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเนื่องมาจากสถานการณ์ทางสังคมในยุคโลกาภิวัฒน์
- นอกจากนี้ อีกประการหนึ่งคือ การที่ประเทศต่างๆ ในอาเซียนซึ่งได้มีการรวมกลุ่มเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนล้วนแสดงเจตจำนงค์ทางด้านบวกต่อกระแสโลกาภิวัฒน์โดยเฉพาะต่อประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางทั้งทางด้านสภาพภูมิศาสตร์และเศรษฐกิจจึงถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการเติบโตอย่างยิ่งใหญ่ต่อไป
ด้วยที่มาซึ่งเป็นกระแสด้านบวกนี้ ศูนย์ส่งเสริมวิสาหกิจฯแห่งนี้ จึงได้เริ่มเปิดดำเนินการไปเมื่อวันที่21 ธันวาคมที่ผ่านมาโดยปัจจุบันมีผู้ที่เดินทางมาขอรับบริการกว่า 250 คนแล้ว ซึ่งศูนย์ส่งเสริมฯ จะเดินหน้าเพื่อสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจของธุรกิจเอสเอ็มอีที่ตั้งอยู่ในมหานครโตเกียว โดยได้รับความร่วมมือจากกระทรวงอุตสาหกรรมไทย ธนาคารกสิกรไทยและสถาบันวิจัยเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมแห่งมหานครโตเกียวนอกจากนี้ทางศูนย์ส่งเสริมฯ จะมีการดำเนินการเพื่อโปรโมทการขยายเครือข่ายทางธุรกิจไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียนอีกด้วย
[สำนักงานของศูนย์ส่งเสริมฯ ประจำประเทศไทย]
[สำนักงานของศูนย์ส่งเสริมฯ ประจำประเทศไทย]
ในการเปิดศูนย์ส่งเสริมนี้ นางยูโกะ ฮกคิริกาวะ ผู้จัดการทั่วไปของศูนย์ส่งเสริมฯประจำประเทศไทย ได้กล่าวด้วยความกระตือรือร้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ดังนี้
ปัจจุบันนี้ จำนวนของบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่ก่อตั้งในประเทศไทยมีประมาณ4,500 บริษัท โดยบริษัทที่มาจาก มหานครโตเกียว มีจำนวนกว่า 1,400 บริษัท ในส่วนของประเภทธุรกิจพบได้ว่าธุรกิจประเภทอุตสาหกรรมการผลิตมีมากที่สุด โดยไม่เพียงมีแต่ธุรกิจในอุตสาหกรรมธุรกิจรถยนต์แต่ยังรวมไปถึงกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก อย่างไรก็ตามในกลุ่มการบริการ อย่างเช่นอุตสาหกรรมอาหารก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับเหตุผลหลักที่เลือกประเทศไทยเป็นเพราะเป็นประเทศที่ได้มีการวางรากฐานสำหรับสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นระบบซัพพลายเชนและโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆนอกจากนี้ประเทศไทยยังถือเป็นประเทศศูนย์กลางในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งได้รับการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะมีการเติบโต
ปัจจุบันมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีความแข็งแกร่งและมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ในมหานครโตเกียวเป็นจำนวนมาก ที่มีความประสงค์จะเข้ามาพัฒนาธุรกิจใหม่ในประเทศไทยดังนั้นดิฉันจึงมีความเชื่อว่าถ้าเราสามารถทำให้ความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการไทยและประเทศญี่ปุ่นเป็นจริงได้ก็จะมีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเราจึงต้องการให้ผู้ประกอบการได้รับรู้โอกาสที่ดีอันนี้และเราเองก็จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้ประกอบการชาวไทยและญี่ปุ่น
และนี่คือภาพยนตร์ที่คุณจะได้ทำความรู้จักเกี่ยวกับศูนย์ส่งเสริมฯ
VIDEO
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ http://www.tho.tokyo-trade-center.or.jp/th/index.html