อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ห่วงภัยแล้งเพิ่มความเสี่ยงประชาชนท้องเสียง่ายขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่รับประทานข้าวเหนียวและใช้มือปั้น-จก-จิ้มกับข้าว ถือว่าเสี่ยงสูง ให้เข้มความสะอาดมือเป็นกรณีพิเศษ เผยในรอบเกือบ 2 เดือนปี 2559 นี้ ทั่วประเทศพบป่วย 150,000 กว่าคน เสียชีวิต 2 ราย แนะวิธีการป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายให้ผลดีที่สุดและทำได้ง่าย ให้ล้างมือฟอกสบู่ ก่อนรับประทานอาหาร และหลังใช้ห้องน้ำห้องส้วมทุกครั้ง ชี้ในอุจจาระมีเชื้อก่อโรคทั้งแบคทีเรีย ไวรัสนับล้านตัว นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพให้สัมภาษณ์ว่า มีความเป็นห่วงสุขภาพประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบมาจากสถานการณ์ภัยแล้ง ขณะนี้มีรายงานพื้นที่ประสบภัย 12 จังหวัด 46 อำเภอ 1,893 หมู่บ้าน ร้อยละ 75 อยู่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โรคที่พบได้บ่อยในพื้นที่ประสบภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำใช้ ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง หรือชาวบ้านเรียกว่า ท้องเสีย ซึ่งเป็นโรคระบบทางเดินอาหาร เกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป ทำให้มีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำ สถิติในรอบเกือบ 2 เดือนปี 2559 นี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 23 กุมภาพันธ์ สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค รายงานพบผู้ป่วยโรคนี้ใน 77 จังหวัดรวม 153,098 คน เสียชีวิต 2 ราย ภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุดเมื่อเทียบกับประชากรทุกๆ 1 แสนคน ได้แก่ภาคเหนือ 326 คน รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 259 คน ภาคใต้และภาคกลางภาคละ 183 คน โดยไทยพบผู้ป่วยโรคนี้ปีละ 1 ล้านกว่าคน แนวโน้มลดลง
นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรืองกล่าวต่อว่า อวัยวะที่เป็นตัวนำเชื้อโรคต่างๆเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายได้แก่ มือ เนื่องจากคนเราทั่วไปใช้มือทำงานตลอดเวลา จึงมีโอกาสสัมผัสกับสิ่งสกปรก เชื้อโรคต่างๆซึ่งจะอยู่ในสารคัดหลั่ง ทั้งในน้ำมูก น้ำลาย และในอุจจาระของผู้ป่วย กรณีของโรคอุจจาระร่วง เชื้อตัวสำคัญที่ก่อโรคคืออี.โคไล (E.Coli) เป็นแบคทีเรียที่พบในลำไส้ ในอุจจาระของคน ประชาชนจะติดเชื้อนี้จากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อที่ออกมากับอุจจาระของผู้ป่วยเข้าไป จุดที่ต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาดที่สุดคือห้องส้วม เนื่องจากเป็นสถานที่ประชาชนใช้ขับถ่ายของเสียร่วมกัน หลังจากใช้แล้ว ต้องล้างมือฟอกสบู่เพื่อขจัดเชื้อโรคออกจากมือทุกครั้ง แม้ว่าในช่วงนี้บางพื้นที่จะประสบภัยแล้ง มีข้อจำกัดน้ำใช้ก็ตาม ก็ไม่ควรละเลยเรื่องนี้ เนื่องจากหากมีอุจจาระติดมือมา จะมีเชื้อโรคติดมาด้วย จากข้อมูลทางวิชาการพบว่าในอุจจาระ 1 กรัม จะมีเชื้อแบคทีเรีย 1 ล้านตัว และมีเชื้อไวรัสมากถึง 10 ล้านตัว
"กลุ่มประชาชนที่เป็นห่วงมากที่สุด และมีความเสี่ยงท้องเสียได้ง่าย ได้แก่ผู้ที่รับประทานข้าวเหนียว ซึ่งวัฒนธรรมการกินส่วนใหญ่จะใช้มือหยิบข้าวหรือที่เรียกว่าจกข้าวจากภาชนะบรรจุ และปั้นข้าวให้เป็นก้อน เพื่อจิ้มกับกับข้าว จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับเชื้อโรคที่ติดมากับมือและเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายกว่าผู้ที่รับประทานข้าวโดยใช้ช้อนตัก จึงขอให้ระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ ดูแลความสะอาดเล็บมือและตัดให้สั้น หมั่นล้างมือฟอกสบู่ทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร การล้างมือฟอกสบู่เพียง 15 วินาที จะขจัดเชื้อโรคออกไปจากมือได้ร้อยละ 90 โดยผลการสุ่มสำรวจพฤติกรรมประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปของกองสุขศึกษาในปี 2558 พบว่า มีผู้ล้างมือฟอกสบู่ทุกครั้งหลังเข้าส้วมร้อยละ 60 ล้างมือก่อนกินข้าวร้อยละ 38 ที่เหลือทำบ้างไม่ทำบ้าง มีผู้ที่ไม่เคยล้างมือหลังเข้าส้วมเลยร้อยละ 3 และไม่เคยล้างมือก่อนกินข้าวร้อยละ9 " นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง กล่าว
ทั้งนี้กรมสบส.ได้ขอความร่วมมือให้ อสม.ให้ความรู้ประชาชนในเรื่องโรคอุจจาระร่วงผ่านทางหอกระจายข่าวทุกหมู่บ้านให้ถี่ขึ้นเป็นพิเศษในช่วงภัยแล้ง ขณะเดียวกันได้เร่งปลูกฝังพฤติกรรมการล้างมือฟอกสบู่ก่อนรับประทานอาหาร และหลังใช้ห้องน้ำห้องส้วม โดยผ่านอสม.ทั้งไทยและต่างด้าว นักเรียน และศูนย์เด็กเล็กทั่วประเทศ เพื่อให้ปฏิบัติให้ติดเป็นนิสัย ส่งผลดีต่อสุขภาพ
สำหรับสบู่ที่ใช้ล้างมือนั้น ใช้ได้ทั้งสบู่ก้อนทั่วไปหรือสบู่เหลวที่ใช้อาบน้ำ ล้างให้ถูกวิธี โดยถูฟอกที่ฝ่ามือ หลังมือ ซอกนิ้ว หัวแม่มือ ปลายนิ้วมือ และข้อมือ สลับกันทั้งสองมือ แล้วล้างตามด้วยน้ำสะอาด ซึ่งใช้น้ำไม่มาก ในทางการแพทย์ยอมรับว่าการล้างมือฟอกสบู่ เป็นวิธีการป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายที่ดีสุด ทำได้ง่าย ๆ ประหยัดและเกิดประสิทธิภาพที่สุด สามารถป้องกันและรักษาชีวิตคนได้มากกว่าการฉีดวัคซีนหรือการใช้ยารักษาโรค หากปล่อยให้ป่วยจะเสียค่าใช้จ่ายมากกว่า มีผลการวิจัยต้นทุนรักษาโรคอุจจาระร่วงที่โรงพยาบาลสระบุรี เฉลี่ยผู้ป่วยนอกคนละ 452 บาท