นายศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการ สดร. เปิดเผยแผนการทำงานเกี่ยวกับปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วนเหนือฟ้าเมืองไทย ในช่วงเช้าวันพุธที่ 9 มีนาคมนี้ ว่า สดร.ได้เตรียมพร้อมตั้งจุดสังเกตุการณ์จุดใหญ่ 5 จุดทั่วประเทศ ได้แก่
1. กรุงเทพมหานคร ที่สวนเบญจกิติ ถนนรัชดาภิเษก ติดศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์
2. จังหวัดเชียงใหม่ ที่ดาดฟ้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่
3. จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา อำเภอแปลงยาว
4. จังหวัดนครราชสีมา ที่หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
5. จังหวัดสงขลา ที่ลานชมวิวนางเงือก หาดสมิหลา อำเภอเมือง
โดยแต่ละจุดจะติดตั้งกล้องโทรทรรศน์ และอุปกรณ์สังเกตการณ์คุณภาพสูง พร้อมผู้เชี่ยวชาญคอยให้ความรู้ พร้อมกับถ่ายทอดสดจากประเทศอินโดนีเซียผ่านทางเว็บไซต์ของสถาบันด้วย ขณะที่ประเทศไทยจะเห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วน จุดที่เห็นดวงอาทิตย์เว้าแหว่งมากที่สุดอยู่ที่ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ประมาณร้อยละ 69 และค่อย ๆ เห็นน้อยลงจากใต้ขึ้นเหนือ ซึ่งกรุงเทพมหานครเห็นประมาณร้อยละ 41 ส่วนเชียงใหม่ จะเห็นแค่ประมาณร้อยละ 27 หากพลาดครั้งนี้ต้องรออีกเกือบ 4 ปี ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 26 ธันวาคม 2562 และกว่าจะได้เห็นสุริยุปราคาเต็มดวงอีกครั้งต้องรอให้ถึงในวันที่ 11 เมษายน 2613 หรืออีก 54 ปีข้างหน้า
ถ้าย้อนกลับไปประเทศไทยสามารถมองเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2538 หรือเมื่อกว่า 20 ปีแล้ว
นายศรัณย์ ย้ำว่า ห้ามมองปรากฏการณ์สุริยุปราคาด้วยตาเปล่าหรือแว่นกันแดด รวมทั้งกล้องทุกชนิด เพราะแสงอาทิตย์จะทำลายเซลส์ประสาทตาจนตาบอดถาวรได้ โดย สดร.ได้ผลิต "แว่นตาดูดวงอาทิตย์" กว่าหมื่นชิ้น เพื่อให้ประชาชนใช้สังเกตสุริยุปราคาครั้งนี้ได้อย่างปลอดภัย ณ จุดสังเกตการณ์ทั่วประเทศ