สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย เห็นว่า นโยบายดังกล่าวไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาอย่างตรงจุด เป็นการเลือกปฏิบัติกับสินค้าเครื่องดื่ม เนื่องจากโรคอ้วนเกิดจากพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่สมดุล ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานจากการบริโภคมากกว่าที่ใช้ไปในแต่ละวัน ซึ่งพลังงานส่วนเกินเหล่านี้ ไม่ว่าจะมาจากอาหารหรือเครื่องดื่มชนิดใด ก็ล้วนแต่ทำให้เกิดโรคอ้วนได้ทั้งสิ้น
ส่วนที่กล่าวหาว่าน้ำตาลเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตามหลักโภชนาการ น้ำตาลก็เป็นคาร์โบไฮเดรต ซึ่งเป็นสารอาหารประเภทหนึ่งที่ร่างกายต้องการ และให้ประโยชน์หากบริโภคอย่างพอเหมาะ ไม่ต่างจากสารอาหารประเภทอื่นๆ จึงไม่แน่ใจว่าเหตุใดรัฐจึงมีแนวคิดที่จะแก้ปัญหานี้ โดยเลือกปฏิบัติเฉพาะกับน้ำตาล และเฉพาะกับน้ำตาลในเครื่องดื่มเท่านั้น
นายวีระ กล่าวต่อไปว่า ทุกฝ่ายจำเป็นต้องเข้าใจว่าเครื่องดื่มเป็นสินค้าที่มีการบริโภคทดแทนกันได้สูง กล่าวคือ แม้ภาษีจะทำให้เครื่องดื่มบางประเภทมีราคาที่สูงขึ้น จนอาจทำให้การบริโภคลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่า ผู้บริโภคจะมีสุขภาพที่ดีขึ้นเสมอไป เพราะผู้บริโภคอาจหันไปทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีลักษณะและส่วนประกอบ เช่น ปริมาณพลังงานหรือน้ำตาลที่ใกล้เคียงกัน เช่น เครื่องดื่มรสหวานที่ผู้ผลิตชงขายในร้านอาหารหรือแผงลอยทั่วไป ซึ่งหาซื้อได้ง่ายแต่ราคาถูกกว่า เนื่องจากไม่มีภาระภาษีซึ่งหากเป็นเช่นนั้น มาตรการนี้นอกจากจะไม่ช่วยเรื่องพฤติกรรมการบริโภคแล้ว ยังอาจทำให้รัฐจัดเก็บภาษีได้น้อยลง เพราะคนเปลี่ยนการบริโภคจากสินค้าที่เสียภาษีไปบริโภคสินค้าที่ไม่เสียภาษี
สมาคมฯ พร้อมสนับสนุนและร่วมทำงานกับทุกฝ่ายในการพัฒนาสุขภาพโดยรวมของคนไทย ควบคู่กับการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มในประเทศไทย หากเราต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างจริงจัง ถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐ อุตสาหกรรม และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจะร่วมมือกันในการหาวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน นายวีระ กล่าว
น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า เห็นด้วยกับการเก็บภาษีเครื่องดื่มรสหวาน เพราะจะลดการบริโภคน้ำตาลที่มากเกินความจำเป็นของผู้บริโภค ส่งผลดีต่อสุขภาพของตัวผู้บริโภค โดยวิธีการอาจเรียกเก็บตามปริมาณน้ำตาลที่มีอยู่ในเครื่องดื่ม หรือกำหนดค่าปริมาณน้ำตาลที่เป็นส่่วนประกอบในเครื่องดื่มต่อหนึ่งหน่วย สินค้าใดมีปริมาณมากเกินความจำเป็นต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
ทั้งนี้ภาษีดังกล่าวเรียกว่า ภาษีสุขภาพ มีความแตกต่างจาก ภาษีบาป ตรงที่ประเภทสินค้าของภาษีบาป เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แทบไม่มีประโยชน์ต่อผู้บริโภค ขณะที่เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ยังสามารถแปรรูปน้ำตาลเป็นคาร์โบไฮเดรต สารอาหารหนึ่งในห้าหมู่ ที่ร่างกายมีความจำเป็นต้องได้รับในปริมาณที่เหมาะสมแตกต่างกันของแต่ละช่วงวัย ฉะนั้น จำเป็นต้องมีการศึกษาหาข้อมูลอย่างดี เพื่อจะไม่กระทบต่อผู้บริโภครายอื่น ที่บริโภคในปริมาณที่เหมาะสมอยู่แล้ว
เลขาฯมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวอีกว่า การเก็บภาษีเป็นเพียงสิ่งที่ มูลนิธิฯ เห็นด้วย แต่สิ่งสำคัญ และอยากเห็นมากกว่า คือ การกำกับ ดูแลเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและคาเฟอิน จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)ควรอยู่ในทิศทางที่เดียวกัน เช่น หลายยี่ห้อที่เป็นเครื่องดื่มชูกำลัง แต่ถูก อย.เข้มงวดมากกว่า เครื่องดื่มประเภท น้ำชา ทั้งที่มีน้ำตาลและคาเฟอินเช่นกัน
ทั้งนี้ เรื่องภาษี ยังมีประเด็นอื่นที่น่าสนใจมากกว่า และทุกฝ่ายเห็นควรเร่งแก้ไขให้มีการเรียกเก็บให้เป็นรูปธรรม เช่น ภาษีกำไรจากการขายหุ้น ภาษีที่ดิน ซึ่งการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย มีลักษณะเก็งกำไรระยะสั้น มากกว่าการลงทุนระยะยาว
อนึ่ง สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย ประกอบด้วย ผู้ประกอบการรายใหญ่ด้านเครื่องดื่ม ได้แก่ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัดบริษัท หาดทิพย์ จำกัด(มหาชน)บริษัท โคคา-โคลา(ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า(ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด บริษัท เสริมสุข จำกัด(มหาชน) บริษัท เสริมสุข เบเวอร์เรจ จำกัด บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด บริษัท กรีนสปอต จำกัด บริษัท ทิปโก้ เอฟแอนด์บี จำกัด บริษัท โอสถสภา จำกัด บริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัด บริษัท ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด บริษัท บางกอกแคน แมนนูเฟคเจอริ่ง จำกัด บริษัท ฝาจีบ จำกัด(มหาชน) บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด(มหาชน) บริษัท เพ็ทฟอร์ม (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท ไทยเบเวอร์เรจ แคน จำกัด บริษัท คราวน์ เบ็บแคน แอนด์ โคลสเชร์ส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท พรอสแพค อุตสาหกรรม จำกัด