(พะเยา) เหลืองอินเดียที่เชียงคำยังสะพรั่ง
24 ก.พ. 2559 | krissana

วันที่ 23 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากภาพสีเหลืองสดของต้นเหลืองอินเดีย โชว์ความสวยสดเหลืองอร่าม อวดสายตาผู้ที่ผ่านไปมาและนักท่องเที่ยว บริเวณหน้าแขวงการทางเชียงคำ หมวดการทางเชียงคำ และสำนักงานเทศบาลตำบลฝายกวาง ท้องที่บ้านทุ่งหล่ม หมู่ 10 ต.ฝายกวาง อ.เชียงคำ จ.พะเยา เป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร จนเป็นข่าวฮือฮาล่าสุดจากการลงพื้นที่พบว่าต้นเหลืองอินเดียนั้นเกิดจาก ความคิดของนายทวีศักดิ์ สติราษฎร์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลฝายกวาง เมื่อปี 2540 ที่เห็นว่าถนนหน้าที่ผ่าน อบต.เป็นถนนใหญ่แต่กลับปล่อยโล่งๆ ไม่สวยงามร่มเย็น และไม่มีอะไรที่สื่อถึงตำบลฝายกวางเลย จึงนำเรื่องเข้าประชุมสภา หาต้นไม้อะไรสักอย่างที่สื่อหรือแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ ทนต่อความแห้งแล้ง ให้สีสันเหลืองสด จึงได้ข้อตกลงกันว่าต้องหาต้นไม้ยืนต้นและให้ดอกสีเหลือง จนในที่สุดมติมาอยู่ที่ต้นเหลืองอินเดีย ซึ่งให้สีเหลืองอร่าม ซึ่งสีเหลืองเป็นสีประจำตำบลฝายกวาง และเริ่มลงมือปลูกกันในปี 2540 โดยได้รับอนุเคราะห์กล้าพันธุ์จากแขวงการทางอ.เชียงคำ จากนั้นประมาณ 5 ปี ต้นเหลืองอินเดียก็เริ่มออกดอกมาจนถึงปัจจุบันนอกจากจุดดังกล่าวจะมีอีกจุดหนึ่งช่วงถนนสาย 1148 ถนนสายเชียงคำ - น่าน ตรงข้ามกับแขวงการทางเชียงรายที่ 2 และหมวดการทางเชียงคำ ระยะทาง 1 กม. จะมีดอกเหลืองอร่ามไม่แพ้กัน โดยจะเริ่มผลิดอกประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ดอกจะอยู่ได้นานประมาณ 2 วัน แล้วร่วงลงพื้น แต่ละต้นจะผลิบานและร่วงหล่นไม่พร้อมกัน จึงทำให้เห็นดอกสีเหลืองสดอยู่ตลอดเวลา จนถึงต้นเดือนมีนาคมก็จะร่วงหล่นทั้งหมดสำหรับเหลืองอินเดีย มีชื่อสามัญว่า Tabebuia และชื่อทางวิทยาศาตร์ว่า Tabebuia spp เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง แต่จะออกดอกได้เมื่อขนาดเป็นพุ่มเล็กๆ อายุจากการเพาะเมล็ด 2-3 ปี ใบเป็นใบประกอบมีใบย่อย 5 ใบ ผิวใบไม่เรียบแต่เป็นขนกำมะหยี่เล็กน้อย สีเขียวอมเหลือง เวลาออกดอกจะออกเป็นช่อเป็นกระจุก แตกดอกตามตารอบ ๆ สีเหลืองทองและเหลืองสด ในฮาวายเรียกว่าต้นทอง (Goldentree) ดอกคล้ายดอกบานบุรี แบ่งเป็น 3-2 กลีบ ไม่เท่ากัน กลีบอ่อน เวลาออกดอกใบจะร่วงหมด ออกดอกในฤดูแล้ง ดอกจะบานเต็มต้น เพียงระยะสั้นไม่เกิน 2 วัน ก็จะร่วงหล่นโคนต้นเหลืองไปหมด เหมือนปูพรมสีเหลืองสด

