ล่าสุด ที่สมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ น.ส.เซปิง ไชยศาส์น อายุ 38 ปี ที่ปรึกษาด้านศัลยกรรมความงาม พร้อมนายจำนง ไชยมงคล อายุ 53 ปี ทนายความ แถลงข่าวชี้แจ้งเกี่ยงกับโครงการเฟซออฟ
น.ส.เซปิง กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า จากกระแสข่าวที่ผ่านมาทำให้ตนได้รับความเสียหายอย่างมาก จึงขอชี้แจงในแต่ละประเด็น โดยประเด็นแรกที่มีการกล่าวหาว่าตนได้ทำการโฆษณาโครงการดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริง เป็นแค่การพูดคุยกับทางรายการที่ได้เชิญตนไปออกรายการและไม่เคยมีพูดชื่อแพทย์ศัลยกรรมท่านใดหรือพูดชื่อโรงพยาบาลใดเลย ประเด็นที่สองสำหรับที่ใช้ชื่อโครงการ เฟซออฟมันเป็นเสรีภาพไม่มีคำจำกัดความใดและความหมายของแต่ละบุคคลก็แตกต่างกันไป ทั้งนี้ตนไม่เคยพูดถึงวิธีการขั้นตอนการทำศัลยกรรมกับสื่อใด แต่มีสื่อออนไลน์สื่อหนึ่งเอาไปลงจึงทำให้ตนเกิดความเสียหายและตอนนี้ก็ทราบแล้วว่าเป็นสื่อใด ทั้งนี้ขอยืนยันว่าตนไม่ใช่แพทย์ศัลยกรรม เป็นเพียงที่ปรึกษาด้านความงามเท่านั้น
"สำหรับการเปิดโครงการเฟซออฟ เพื่อให้ประชาชนเห็นถึงฝีมือแพทย์ในไทย และให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางศัลยกรรมของเอเชียแปซิฟิก ดิฉันและหมอชลธิศ เคยร่วมงานเป็นระยะเวลา 1 ปี เมื่อมีลูกค้าเข้ามาสอบถามถึงการทำศัลยกรรม ดิฉันจะแนะนำลูกค้าไปให้หมอชลธิศ แต่ภายหลังได้มีการแนะนำให้กับหมอคนอื่น จึงไม่แน่ใจว่าทำให้หมอชลธิศ เกิดความไม่พอใจหรือไม่ แต่ขอยืนยันว่าไม่มีการขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์อย่างแน่นอน ส่วนประเด็นที่สามสำหรับความหมายของคำว่าเฟซออฟ นั้น หมายถึงคุณสุรชัย สมบัติเจริญ โดยหลังจากเข้าโครงการดังกล่าวแล้ว ผลออกมาเป็นอย่างไรนั้นคือเฟซออฟ เพราะจุดประสงค์ของคุณสุรชัยนั้น ต้องการมีใบหน้าที่หนุ่มลง และกระชับขึ้น ตามความต้องการของเขา ยืนยันอีกครั้งว่าจะจัดทำโครงการเฟซออฟนี้ต่อไป และจะทำให้ดีที่สุด ดิฉันกับทนายความได้รวบรวมหลักฐานไว้แล้ว เพื่อที่จะไปร้องยังแพทย์สภา"น.ส.เซปิง กล่าว น้ำตาคลอ
น.ส.เซปิง กล่าวต่อว่า จากกระแสข่าวที่มีการเผยแพร่ออกมาว่าตนไม่ใช่คนไทยนั้นไม่เป็นความจริง เพราะหากไม่ใช่คนไทยตนจะเรียนจบถึงขั้นปริญญาเอกได้อย่างไร และขอยืนยันว่าชื่อ น.ส.เซปิง ไชยศาสน์ เป็นชื่อที่ปรากฏตามบัตรประชาชนจริง อีกทั้งกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวว่า น.ส.สุดารัตน์ เป็นตนแต่ได้มีการเปลี่ยนชื่อมาเป็น น.ส.เซปิง นั้นไม่เป็นความจริงเพราะตนไม่เคยใช้ชื่อสุดารัตน์มากก่อนตามที่ข่าวปรากฎ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่านามสกุลของ น.ส.เซปิง มีชื่อคล้องกับนายประจวบ ไชยสาส์น อดีตนักการเมืองชื่อดังพรรคชาติพัฒนา นั้นมีความสัมพันธ์อย่างไรกัน น.ส.เซปิง เปิดเผยว่า ตนเป็นบุตรสาวของนายประจวบ เหตุที่ตัวสะกดของนามสกุล ระหว่าง ส และ ศ ที่ใช้แตกต่างกันนั้น เป็นความต้องการเป็นเจตนารมณ์ของนายประจวบ และไม่ได้ถามถึงเหตุผล เพียงแค่ทำตามความต้องการของพ่อเท่านั้น ทั้งนี้ยืนยันว่านามสกุลของตนสะกดด้วย ศ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่านายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าไม่เคยรู้จักกับน.ส.เซปิง และไม่มีพี่น้องในแวดวงศัลยกรรมนั้น น.ส.เซปิง กล่าวว่า ไม่ขอตอบในเรื่องดังกล่าว เมื่อถามว่าเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์กับทางสำนักงานคณะกรรมการคุมครองผู้บริโภค (สคบ.) ว่าโดนน.ส.เซปิงหลอกให้มัดจำเงินจำนวน 150,000 บาทนั้น น.ส.เซปิง เปิดเผยว่า อีกไม่นานความจริงจะปรากฏ อย่างไรก็ตามขณะนี้ตนไม่ได้รับเอกสารใดๆจากทาง สคบ.และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเลย อย่างไรก็ตามหากมีหนังสือจากทาง สคบ.ว่าไม่ให้มีการใช้คำว่าเฟชออฟ ตนก็ยินดีให้ความร่วมมือ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่แถลงข่าวนั้น ในบางช่วงที่มีการพูดถึง นพ.ชลธิศ นั้น น.ส.เซปิงได้ร้องไห้ต่อหน้าสื่อมวลชน อีกทั้งยังมีการนำภาพการศัลยกรรมของ นพ.ชลธิศ กับแพทย์ท่านอื่นมาเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นความแตกต่างของการทำศัลยกรรม